การเข้าทำงานวันแรกของ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมรัฐมนตรีช่วยฯ ‘นภินทร ศรีสรรพางค์’ ได้มีการประชุมหารือและมอบนโยบายให้กับผู้บริหารและข้าราชการกระทรวง เผย ให้โจทย์การทำงานแก่ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ รวมไปถึงพาณิชย์จังหวัด ทูตพาณิชย์ทั้ง 58 แห่ง ด้วยนโยบาย 7 แนวทาง ที่ต้องเห็นภายใน 100 วันแรก ทำให้ทุกหน่วยขณะนี้ มีการบ้านที่ต้องสรุปการทำงาน ว่า ยังมีงานที่ต้องช่วยเหลือทั้งกลุ่มประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ อย่างไรบ้าง เพื่อเป็นแผนของพาณิชย์ ผลักดันการทำงานต่อไป
‘ภูมิธรรม’ กับ 7 นโยบายเร่งด่วน
1.นโยบาย ‘ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส’ เน้นการรดน้ำที่รากดูแลคนตัวเล็ก ทั้งกลุ่มประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ ในส่วนของการลดค่าใช้จ่ายประชาชน ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน หลังคณะรัฐมนตรี มีมติช่วยลดภาระค่าครองชีพ ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ลงมาแล้ว ซึ่งมีผลให้ต้นทุนสินค้าลดลง ถือเป็นต้นทางนำไปสู่การพูดคุยกับผู้ประกอบการ ซึ่งได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในไปหารือ และทำความเข้าใจในสิ่งที่ประชาชนต้องการแล้ว ให้เวลา 15 วัน ที่จะกลับมาแจ้งว่า อะไรทำได้หรือไม่ได้ มีสินค้าอะไรบ้าง แต่ตั้งเป้าว่า ‘ต้องทำให้ได้’
ขณะที่กลุ่ม เกษตรกร ต้องดูแลต้นทุนการเพาะปลูก เช่น ค่าปุ๋ย ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าเครื่องจักร
และ ผู้ประกอบการ ดูแลต้นทุนการผลิต ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงเกษตรฯ ด้านวัตถุดิบด้านการผลิต, กระทรวงอุตสาหกรรม ด้านมาตรฐานสินค้า และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป
2. บริหารให้เกิดความสมดุล ระหว่างประชาชนผู้บริโภค เกษตรกรผู้ผลิต และผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ให้ทุกฝ่ายสามารถดำรงชีวิต ดำเนินธุรกิจ ไปได้ สร้างผลประโยชน์ที่ได้รับด้วยกันทุกฝ่าย
ในการดูแลสินค้าเกษตร จะบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยสร้างหลักประกันว่าผลผลิตจะต้องขายได้ในราคาที่เหมาะสม มีการจัดช่องทางการจำหน่ายและกระจายผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการลดต้นทุน เช่น ปุ๋ยเคมี ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าเครื่องจักร และผลักดันให้มีการแปรรูป ใช้นวัตกรรม และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิต
3. การทำงานเชิงรุก และบูรณาการ การทำงานร่วมกัน ของพาณิชย์จังหวัด และทูตพาณิชย์
โดยได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดและทูตพาณิชย์ วางแผนยุทธศาสตร์หรือแผนบริหารจัดการสินค้าอย่างครบวงจรร่วมกัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อ ‘รักษาตลาดเดิม เสริมตลาดใหม่’ และเพิ่มบทบาท ‘พาณิชย์คู่คิด SME’ ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กให้สามารถส่งออกได้
4. แก้ไขข้อจำกัดของกฎหมาย
ให้หน่วยงานต่าง ๆ พิจารณาแก้ไข ปรับปรุงกฎหมายเก่าที่ล้าสมัย เป็นอุปสรรคทางการค้า เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ โดยสร้าง และบัญญัติกฎหมายใหม่ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก เช่น ด้านการผลิตการค้าในรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะกฎหมายเพื่อให้เท่าทันกับการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้งการพัฒนาของเทคโนโลยี AI
5. ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย Digital wallet ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในเรื่องเงินดิจิทัล วอลเล็ต ที่รัฐบาลมีเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์นำไปคิดว่าจะเชื่อมโยงกับนโยบายได้อย่างไร เพราะมีข้อท้วงติงจากประชาชนว่ารัศมี 4 กิโลเมตร อาจจะไม่เข้าถึงในบางพื้นที่
ซึ่งกระทรวงพาณิชย์สามารถเข้าไปช่วยได้ เช่น เชื่อมโยงฐานข้อมูลช่องทางการตลาดที่กระทรวงพาณิชย์ส่งเสริม เช่น ร้านค้าธงฟ้า ร้านอาหารธงฟ้า ตลาดต้องชม Farm Outlet หมู่บ้านทำมาค้าขาย เพื่อให้การใช้งานของประชาชนสะดวกมากยิ่งขึ้น และให้เตรียมอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าของประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่มีเงื่อนไขข้อจำกัดในการใช้งาน เช่น จัดรถพุ่มพวงเข้าไปจำหน่ายสินค้า เป็นต้น
6. เร่งขยับตัวเลขการส่งออก เปลี่ยนจากติดลบให้เป็นบวก
การส่งออก ขอให้เร่งขยายและผลักดันการส่งออกให้เปลี่ยนจากตัวเลขติดลบเป็นบวก โดยมีนโยบายอย่างน้อยที่สุดให้รักษาเป้าการส่งออกที่ตั้งไว้ 1-2% ให้ได้ และมีนโยบายให้สร้างกระแส โดยใช้ประโยชน์จาก Soft Power ของไทย และสร้างเรื่องราวให้กับสินค้าและบริการไทยเชื่อมโยงกับภาคบริการ เช่น ร้านอาหาร วัฒนธรรม ภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และการท่องเที่ยว
และได้ขอให้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพฤติกรรมผู้บริโภคของตลาดทั่วโลกในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าให้ตอบสนองความต้องการและการทำกลยุทธ์ส่งเสริม รวมทั้งแก้ไขปัญหา อุปสรรคการค้าชายแดน การแก้ไขปัญหาคอขวดที่เป็นอุปสรรคต่อสินค้าไทย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยคัดสินค้าที่มีปัญหาไม่ซับซ้อนทำเป็นตัวอย่างนำร่อง และยกระดับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยให้เป็นผู้ให้บริการระดับภูมิภาค
7. ผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์จาก FTA รวมทั้ง การปรับตัวเพื่อรองรับ และส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยในมาตรฐานความยั่งยืนที่เป็นกรอบกติกาใหม่ของโลก
ส่วนการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ผลักดันให้มีการเจรจา FTA ที่อยู่ระหว่างการเจรจาให้สำเร็จโดยเร็ว และเริ่มเจรจา FTA ฉบับใหม่ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้กับไทย และผลักดันการใช้ประโยชน์จาก FTA และช่วยในการปรับตัว โดยสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายเล็ก และเตรียมความพร้อมให้ดำเนินธุรกิจสอดรับกับกฎกติกาใหม่ ๆ ของโลก เช่น Carbon Credit / BCG / SDGs
‘ภูมิธรรม’ กับ 7 นโยบายเร่งด่วน
1.นโยบาย ‘ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส’ เน้นการรดน้ำที่รากดูแลคนตัวเล็ก ทั้งกลุ่มประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ ในส่วนของการลดค่าใช้จ่ายประชาชน ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน หลังคณะรัฐมนตรี มีมติช่วยลดภาระค่าครองชีพ ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ลงมาแล้ว ซึ่งมีผลให้ต้นทุนสินค้าลดลง ถือเป็นต้นทางนำไปสู่การพูดคุยกับผู้ประกอบการ ซึ่งได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในไปหารือ และทำความเข้าใจในสิ่งที่ประชาชนต้องการแล้ว ให้เวลา 15 วัน ที่จะกลับมาแจ้งว่า อะไรทำได้หรือไม่ได้ มีสินค้าอะไรบ้าง แต่ตั้งเป้าว่า ‘ต้องทำให้ได้’
ขณะที่กลุ่ม เกษตรกร ต้องดูแลต้นทุนการเพาะปลูก เช่น ค่าปุ๋ย ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าเครื่องจักร
และ ผู้ประกอบการ ดูแลต้นทุนการผลิต ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงเกษตรฯ ด้านวัตถุดิบด้านการผลิต, กระทรวงอุตสาหกรรม ด้านมาตรฐานสินค้า และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป
2. บริหารให้เกิดความสมดุล ระหว่างประชาชนผู้บริโภค เกษตรกรผู้ผลิต และผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ให้ทุกฝ่ายสามารถดำรงชีวิต ดำเนินธุรกิจ ไปได้ สร้างผลประโยชน์ที่ได้รับด้วยกันทุกฝ่าย
ในการดูแลสินค้าเกษตร จะบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยสร้างหลักประกันว่าผลผลิตจะต้องขายได้ในราคาที่เหมาะสม มีการจัดช่องทางการจำหน่ายและกระจายผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการลดต้นทุน เช่น ปุ๋ยเคมี ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าเครื่องจักร และผลักดันให้มีการแปรรูป ใช้นวัตกรรม และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิต
3. การทำงานเชิงรุก และบูรณาการ การทำงานร่วมกัน ของพาณิชย์จังหวัด และทูตพาณิชย์
โดยได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดและทูตพาณิชย์ วางแผนยุทธศาสตร์หรือแผนบริหารจัดการสินค้าอย่างครบวงจรร่วมกัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อ ‘รักษาตลาดเดิม เสริมตลาดใหม่’ และเพิ่มบทบาท ‘พาณิชย์คู่คิด SME’ ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กให้สามารถส่งออกได้
4. แก้ไขข้อจำกัดของกฎหมาย
ให้หน่วยงานต่าง ๆ พิจารณาแก้ไข ปรับปรุงกฎหมายเก่าที่ล้าสมัย เป็นอุปสรรคทางการค้า เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ โดยสร้าง และบัญญัติกฎหมายใหม่ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก เช่น ด้านการผลิตการค้าในรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะกฎหมายเพื่อให้เท่าทันกับการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้งการพัฒนาของเทคโนโลยี AI
5. ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย Digital wallet ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในเรื่องเงินดิจิทัล วอลเล็ต ที่รัฐบาลมีเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์นำไปคิดว่าจะเชื่อมโยงกับนโยบายได้อย่างไร เพราะมีข้อท้วงติงจากประชาชนว่ารัศมี 4 กิโลเมตร อาจจะไม่เข้าถึงในบางพื้นที่
ซึ่งกระทรวงพาณิชย์สามารถเข้าไปช่วยได้ เช่น เชื่อมโยงฐานข้อมูลช่องทางการตลาดที่กระทรวงพาณิชย์ส่งเสริม เช่น ร้านค้าธงฟ้า ร้านอาหารธงฟ้า ตลาดต้องชม Farm Outlet หมู่บ้านทำมาค้าขาย เพื่อให้การใช้งานของประชาชนสะดวกมากยิ่งขึ้น และให้เตรียมอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าของประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่มีเงื่อนไขข้อจำกัดในการใช้งาน เช่น จัดรถพุ่มพวงเข้าไปจำหน่ายสินค้า เป็นต้น
6. เร่งขยับตัวเลขการส่งออก เปลี่ยนจากติดลบให้เป็นบวก
การส่งออก ขอให้เร่งขยายและผลักดันการส่งออกให้เปลี่ยนจากตัวเลขติดลบเป็นบวก โดยมีนโยบายอย่างน้อยที่สุดให้รักษาเป้าการส่งออกที่ตั้งไว้ 1-2% ให้ได้ และมีนโยบายให้สร้างกระแส โดยใช้ประโยชน์จาก Soft Power ของไทย และสร้างเรื่องราวให้กับสินค้าและบริการไทยเชื่อมโยงกับภาคบริการ เช่น ร้านอาหาร วัฒนธรรม ภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และการท่องเที่ยว
และได้ขอให้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพฤติกรรมผู้บริโภคของตลาดทั่วโลกในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าให้ตอบสนองความต้องการและการทำกลยุทธ์ส่งเสริม รวมทั้งแก้ไขปัญหา อุปสรรคการค้าชายแดน การแก้ไขปัญหาคอขวดที่เป็นอุปสรรคต่อสินค้าไทย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยคัดสินค้าที่มีปัญหาไม่ซับซ้อนทำเป็นตัวอย่างนำร่อง และยกระดับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยให้เป็นผู้ให้บริการระดับภูมิภาค
7. ผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์จาก FTA รวมทั้ง การปรับตัวเพื่อรองรับ และส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยในมาตรฐานความยั่งยืนที่เป็นกรอบกติกาใหม่ของโลก
ส่วนการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ผลักดันให้มีการเจรจา FTA ที่อยู่ระหว่างการเจรจาให้สำเร็จโดยเร็ว และเริ่มเจรจา FTA ฉบับใหม่ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้กับไทย และผลักดันการใช้ประโยชน์จาก FTA และช่วยในการปรับตัว โดยสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายเล็ก และเตรียมความพร้อมให้ดำเนินธุรกิจสอดรับกับกฎกติกาใหม่ ๆ ของโลก เช่น Carbon Credit / BCG / SDGs








