‘วราวุธ’ ลงพื้นที่อุดรฯ รับฟังเสียงผู้ประกอบการ ชูบทบาท ก.อุตฯ หนุน SMEs รับกติกาโลกใหม่ ย้ำพร้อมเป็น ‘ลมใต้ปีก’ เสริมศักยภาพแข่งขัน
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเพื่อส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม โดยเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสะท้อนปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางพัฒนาและแก้ไขปัญหาภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
วราวุธ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่ ให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าในบริบทใหม่ของโลก ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันทางธุรกิจไม่ได้วัดกันเพียงด้านราคาและคุณภาพสินค้าอีกต่อไป แต่ยังครอบคลุมถึงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
“ในหลายประเทศ โดยเฉพาะตลาดยุโรป ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อชุมชน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ หรือการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม ดังนั้นเงื่อนไขการแข่งขันในปัจจุบันจึงเปลี่ยนไปจากเดิม ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับมาตรฐานใหม่ของโลก”
— วราวุธ กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า SMEs ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย หากผู้ประกอบการสามารถเติบโตและสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจได้ จะส่งผลโดยตรงต่อการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขณะที่การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันย่อมส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวม
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้บูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เพื่อนำบริการและองค์ความรู้ไปสู่ผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสนับสนุนด้านแหล่งทุนหรือสินเชื่อเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการแข่งขันในยุคใหม่ อาทิ การบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่สอดรับกับข้อกำหนดของตลาดโลก
“ความท้าทายของ SMEs ในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงเรื่องเงินทุน แต่รวมถึงการเข้าถึงองค์ความรู้และการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจด้วย ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องมีศักยภาพและองค์ความรู้ทัดเทียมกับผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว”
— วราวุธ กล่าว

พร้อมยืนยันว่า กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมทำหน้าที่เป็น ‘ลมใต้ปีก’ ให้กับผู้ประกอบการและ SMEs ในจังหวัดอุดรธานี รวมถึงทั่วประเทศ โดยจะเดินหน้าเติมองค์ความรู้ เสริมศักยภาพ และขยายโอกาสทางการตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลและออนไลน์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง เพราะการเติบโตของคนทุกกลุ่มคือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงพร้อมสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย”
— วราวุธ กล่าว
วราวุธ ยังกล่าวถึงศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีว่า เป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร และทรัพยากรแร่ ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ในอนาคต พร้อมเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของพื้นที่และการสนับสนุนจากภาครัฐ จะช่วยผลักดันให้อุดรธานีก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาคได้อย่างแข็งแกร่ง




