MONO มีความเคลื่อนไหว ที่ชวนติดตามข่าว หลายครั้ง เริ่มจากการปรับโครงสร้างโดยเฉพาะการปรับคอนเทนท์เกี่ยวกับข่าว เป็นแพลตฟอร์มกีฬาเต็มรูปแบบ ประเด็นถัดมาคือ ความพยายามซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ทั้งหมดสะท้อนจุดยืนและทิศทางของ MONO ความเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องปกติ ของ อุตสาหดรรมสื่อ ตัวธุรกิจเอง มีพลวัตในตัวเอง ใครที่กลัวความเปลี่ยนแปลงอย่าทำงานสื่อ เพราะถ้าคุณเป็นสื่อแล้วไม่ทันความเปลี่ยนแปลง คุณจะตายไปเอง
ความเปลี่ยนแปลงของ MONO
ย้อนมองความสำเร็จของกลุ่ม MONO นับตั้งแต่ประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลในปี 2557 เกิดจากกลยุทธ์นำเข้าบล็อกบัสเตอร์ฮอลลีวูดมาเสิร์ฟถึงบ้านฟรีๆ จนก้าวขึ้นสู่ Top 5 ของประเทศ แต่สมการนี้กำลังจะหมดอายุลงด้วย 2 ปัจจัยหลัก คือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป คอนเทนต์ประเภทภาพยนตร์และซีรีส์กลายเป็นสิ่งที่คนเลือกดูแบบ On-Demand ผ่านสตรีมมิง การรอคอยหน้าจอทีวีกลายเป็นอดีต นับถอยหลังเหลือเวลา 2 ปี ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะสิ้นสุดลงในปี 2572
ถ้ามองไปที่ องค์กรกับกับ กสทช. ไม่มีความชัดเจน (อย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ) ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอุตสาหกรามสื่อ โรดแมพ ก็ไม่มี แนวทางกำกับ ก็ไม่ชัด เวลาที่เหลือไม่ถึง 2 ปี ถ้ารอความชัดเจน ไม่ทันแน่นอน บอร์ดกสทช.บางท่านยอมรับว่า ความเสียหายจากความล่าช้า เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ทำได้คือ แนวทางประคับประคอง เยียวยา ผลกระทบ
การเปลี่ยนแปลงของ MONO จึงแลกมาด้วยบาดแผลจากการปรับลดพนักงานครั้งใหญ่ โดยเฉพาะฝ่ายข่าวและวาไรตี้ แต่นี่คือการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์เพื่อหนีจากผลกระทบที่รุนแรงกว่านี้ จึงเปลี่ยนแปลงไปสู่อช่องกีฬาเฉพาะทางเต็มรูปแบบ ทรัพยากรที่เหลือถูกนำมารวมศูนย์ และจัดสรรโครงสร้างคอนเทนต์ใหม่ทั้งหมด
มองข้ามช็อตสู่ปี 2572 วันที่ทีวีดิจิทัลจอดำ
ยุทธศาสตร์ของ MONO คือการมองข้ามช็อตไปถึงวันที่ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลสิ้นสุดลง ตลอด 3 ปี (2569-2572) MONO29 จะทำหน้าที่เป็นป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อต้อนผู้ชมและย้ายสำมะโนครัวฐานลูกค้าเข้าสู่แอปพลิเคชัน MONOMAX
เมื่อถึงวันนั้น MONO จะกลายร่างเป็น Media Platform Company อย่างสมบูรณ์แบบ ที่มีฐานรายได้ประจำ (Recurring Revenue) สม่ำเสมอ ไม่ต้องง้อสายส่งสัญญาณ ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าโครงข่าย (MUX) และมีอิสระในการดำเนินธุรกิจอย่างเต็มที่
สู่ MONOMAX SPORTS
ผสานพลัง Hybrid is the Reality ไม่ทิ้งโลกเก่าเพื่อไปโลกใหม่ แต่ใช้ช่องทางเดิม สร้าง Reach แล้วใช้ช่องทางดิจิทัลสร้างผู้ติดตามใหม่ ปรากฎการณ์นี้จึงสร้างความ เจ็บระยะสั้น ชนะระยะยาว กล้าที่จะ ทิ้งสิ่งเดิมที่ทำรายได้แต่ไม่มีอนาคต เพื่อเอาทรัพยากรไปลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานในวันพรุ่งนี้ หลีกหนีจากสงครามใหญ่ในแบบที่ใครทำตามได้ง่ายๆ ความพยายามซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกเป็นการครอบครองคอนเทนต์แบบสิทธิ์ขาด เช่น กีฬาสดระดับโลก เพื่อสร้างกำแพงป้องกันคู่แข่งทางธุรกิจ สร้างอัตลักษณ์ร่วมกัน เพื่อเป็นต้นทุนการย้ายค่าย ที่ทำให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์นานที่สุด
เดิมพัน 19,167 ล้านบาท กับโมเดล Hybrid Distribution
จุดเปลี่ยนเกมที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อบริษัทแม่อย่าง JAS (จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล) ควักกระเป๋าถึง 559.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 19,167 ล้านบาท) เพื่อคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (EPL) และเอฟเอคัพ ยาวนาน 6 ฤดูกาล (2025/26 - 2030/31)
การจะถอนทุนคืนจากเม็ดเงินมหาศาลขนาดนี้ ไม่สามารถทำได้ด้วยช่องทางเดี่ยว (Single Channel) ฟรีทีวีอย่างเดียวก็เก็บค่าโฆษณาไม่คุ้ม ส่วนสตรีมมิง จึงต้องตั้งราคาสูงจนคนเข้าไม่ถึง MONO จึงสร้างระบบ Premium Sports Ecosystem หรือ Funnel Marketing 3 ชั้นที่เชื่อมต่อโลกออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน
สร้างการรับรู้ ฟรีทีวี ช่อง 29 ทำหน้าที่เป็น “สินค้าทดลองฟรี (Free Sample)” ถ่ายทอดสดกีฬาระดับโลกและฟุตบอลบิ๊กแมตช์บางคู่ในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อดึงดูดคนดูระดับแมส สร้างความอยากรู้อยากเห็น และตกคนเข้าสู่ระบบ
ช่องทางปั้นรายได้ แอปพลิเคชัน MONOMAX เมื่อผู้ชมต้องการดูทีมโปรดทุกแมตช์ พวกเขาต้องข้ามมาสมัครแพลตฟอร์มสตรีมมิง ด้วยข้อได้เปรียบที่มีฟรีทีวีช่วยแบกต้นทุนบางส่วน MONO จึงสามารถใช้กลยุทธ์ Disruptive Pricing ตั้งราคาเพียง 299 บาทต่อเดือน ซึ่งดึงดูดให้คอบอลยอมจ่ายเงินซื้อของแท้แทนการหาลิงก์เถื่อน เปลี่ยนจาก Viewer เป็น Subscriber ได้อย่างเป็นรูปธรรม
สร้างรอยัลตี้ใหม่ ด้วย Community & Lifestyle สร้างพื้นที่รวมตัวของคนรักกีฬาผ่านกิจกรรม On-ground ลานเบียร์เชียร์บอล หรืองานแฟนมิตติ้ง เพื่อสร้าง “Switching Cost” ทางอารมณ์ ทำให้สมาชิกไม่อยากยกเลิกแพ็กเกจแม้ในช่วงปิดฤดูกาล
ความพยายามไม่ง่ายเลย
ดูเหมือนการเดินทางของ MONO จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ การมีเงินมาก ไม่ได้หมายความว่า จะซื้อความสำเร็จได้ทุกอย่าง การครองคอนเทนท์ดิจิทัล ที่มีความหลากหลายแข่งขันกับแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เป็นเรื่องท่ีต้องดูกันยาว การซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตนอลโลก ที่ใช้เงินมหาศาล ถ้าทำสำเร็จยังต้องวางกลยุทธ์ที่จะวัดความคุ้มค่าของเม็ดเงิน และหรือ การสร้าง ความเชื่อมั่น ในการเป็น เจ้าแห่งแพลตฟอร์มกีฬา อย่างแท้จริง มหากาพย์การเปลี่ยนผ่านของกลุ่ม MONO และ JAS ในครั้งนี้ คือบทพิสูจน์ชั้นดีว่าในโลกธุรกิจที่หมุนด้วยความเร็วแสง การอยู่นิ่ง เพื่อรอความตายนั้นน่ากลัวกว่าการยอมเจ็บปวดเพื่อเปลี่ยนแปลงและกุมชะตาชีวิตของตัวเองเอาไว้ในมือร้อยเปอร์เซ็นต์




