นักลงทุนจีนขยับ เล็งร่วมทุนคมนาคมไทย

25 ธ.ค. 2568 - 18:05

  • คมนาคมไทยขยายตัวต่อเนื่อง หนุนบทบาทศูนย์กลางโลจิสติกส์อนุภูมิภาค

  • นักลงทุนจีนสนใจร่วมลงทุน ระบบราง ถนน โลจิสติกส์อัจฉริยะ

  • รัฐเปิดรับข้อเสนอ PPP เสริมเศรษฐกิจไทย-ลาว-จีน

นักลงทุนจีนขยับ เล็งร่วมทุนคมนาคมไทย

ไทยประเทศน่าลงทุน คมนาคมโตต่อเนื่อง นักลงทุนจีนสนใจร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ประเทศไทยยังคงถูกจับตาในฐานะประเทศน่าลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม หลังภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ขยายตัวต่อเนื่อง รองรับบทบาทศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเชื่อมโยงของอนุภูมิภาค ล่าสุดนักลงทุนจากจีนแสดงความสนใจเข้าหารือแนวทางร่วมลงทุนกับภาครัฐไทย เพื่อพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์ในระยะยาว

วันนี้ (25 ธันวาคม 2568) ไทยและจีนมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและรับฟังข้อเสนอความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม การลงทุน และโลจิสติกส์ โดยฝ่ายไทยมี รัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานการประชุมหารือร่วมกับ หลี่ เอ๋อร์ ท่านทั่ว ประธานฝ่ายการลงทุน รัฐวิสาหกิจมณฑลยูนนาน พร้อมคณะผู้แทนจาก Yunnan Communications Investment & Construction Group Co., Ltd. รวมถึงผู้แทนจากสมาคมการค้าและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยร่วมประชุมที่กระทรวงคมนาคม

รัชพงศ์ เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มอบหมายให้เปิดพื้นที่รับฟังข้อเสนอจากนักลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อาทิ ระบบราง ถนน สะพาน อุโมงค์ ระบบโลจิสติกส์ และทางหลวงอัจฉริยะ รวมถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้บริหารจัดการระบบคมนาคม

กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างไทย-จีนมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ขณะที่มณฑลยูนนานถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมโยงจีนตอนใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

ทั้งนี้ ภาครัฐไทยยินดีที่ภาคเอกชนจากจีนให้ความสนใจเข้ามานำเสนอแนวคิดและแสดงความพร้อมร่วมลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการพัฒนาโครงการ เสริมการเชื่อมต่อด้านคมนาคม การค้า และโลจิสติกส์ และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ด้านฝ่ายจีน หลี่ เอ๋อร์ ท่านทั่ว ได้นำเสนอประสบการณ์การดำเนินงานของบริษัทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในมณฑลยูนนานและพื้นที่สำคัญของจีน พร้อมระบุว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงจากทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของภูมิภาค ระบบคมนาคมที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และนโยบายภาครัฐที่เปิดกว้างต่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน

ในการประชุมยังมีการเสนอแนวคิดพัฒนาเส้นทางเศรษฐกิจเชื่อมโยงไทย-สปป.ลาว-จีน ผ่านบ่อเต็น-ห้วยทราย ไปยังอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ในอนาคต โดยมองว่าเส้นทาง R3A ในปัจจุบันเริ่มมีข้อจำกัดด้านสภาพถนนและจำนวนช่องจราจร ไม่เพียงพอต่อปริมาณการค้าชายแดนที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ฝ่ายจีนยังแสดงความสนใจร่วมลงทุนในรูปแบบเอกชนร่วมลงทุน (PPP) ในโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อศักยภาพคมนาคมไทยในฐานะกลไกหลักในการเชื่อมเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์