คดีมัสก์ปะทะ OpenAI เข้าสัปดาห์ชี้ชะตาอนาคตอุตสาหกรรม AI

4 พ.ค. 2569 - 14:03

  • เกร็ก บร็อกแมน ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ให้การในศาลแคลิฟอร์เนียในสัปดาห์ที่สอง

  • มัสก์ต้องการบังคับให้ OpenAI กลับไปเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

  • ผลคดีอาจส่งผลต่อการเปิดตัวในตลาดหุ้นของ OpenAI มูลค่า 850 พันล้านดอลลาร์

คดีมัสก์ปะทะ OpenAI เข้าสัปดาห์ชี้ชะตาอนาคตอุตสาหกรรม AI

การพิจารณาคดีสำคัญระหว่าง อีลอน มัสก์ และ OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT เดินเข้าสู่สัปดาห์ที่สองที่ศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย หลังจากสัปดาห์แรก มัสก์ขึ้นให้การด้วยตัวเองและได้รับความสนใจอย่างมากจากวงการเทคโนโลยีและนักลงทุน

ในสัปดาห์นี้ เกร็ก บร็อกแมน มีกำหนดขึ้นให้การต่อศาลที่เมืองโอ๊คแลนด์ ขณะที่ แซม อัลต์แมน ซึ่งเคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมัสก์ในช่วงเริ่มต้นของ OpenAI และต่อมากลายเป็นคู่แข่งกัน คาดว่าจะขึ้นให้การในสัปดาห์ของวันที่ 11 พฤษภาคม

เป้าหมายของมัสก์และผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI

แกนสำคัญของคดีนี้คือ มัสก์ต้องการให้ OpenAI กลับไปดำเนินงานในรูปแบบองค์กรไม่แสวงหากำไรตามเจตนาเริ่มต้น ไม่ใช่ขยายธุรกิจเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบเหมือนในปัจจุบัน

นักวิเคราะห์มองว่า คดีนี้อาจมีผลต่ออนาคตของ OpenAI อย่างมาก เพราะบริษัทถูกประเมินมูลค่าสูงกว่า 850,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าตลาดหุ้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน ซัตยา นาเดลลา จาก Microsoft ก็อาจถูกเรียกเข้าให้การเช่นกัน หลังบริษัทถูกพาดพิงว่าเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนสำคัญที่ทำให้ OpenAI เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์

คำให้การของมัสก์และข้อกล่าวหา

ตลอดสามวันที่ขึ้นให้การในสัปดาห์ก่อน มัสก์ย้ำว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนรายแรกของ OpenAI โดยไม่ได้หวังผลตอบแทนทางธุรกิจ พร้อมระบุว่าได้สนับสนุนเงินรวม 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างปี 2016 ถึง 2020 ก่อนจะแยกตัวออกจากองค์กร

มัสก์ยังอธิบายว่า เป้าหมายในช่วงแรกคือการสร้างสมดุลให้กับอิทธิพลของ Google ในการแข่งขันด้าน AI และต้องการให้เทคโนโลยีที่ทรงพลังนี้พัฒนาไปโดยไม่ถูกแรงกดดันจากการแสวงหากำไรครอบงำ

การต่อสู้ทางกฎหมายและการแข่งขันระดับโลก

ฝ่ายกฎหมายของ OpenAI โต้แย้งกลับว่า มัสก์เองก็มีผลประโยชน์ทางธุรกิจในตลาด AI เช่นกัน โดยเฉพาะหลังจากที่เขานำ xAI ผู้พัฒนาแชตบอต Grok เข้าไปรวมกับ SpaceX

ปัจจุบัน SpaceX ถูกประเมินมูลค่าราว 1.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการจับตาว่าอาจเข้าสู่ตลาดหุ้นในอนาคตเช่นกัน

หากผู้พิพากษา อิวอนน์ กอนซาเลซ โรเจอร์ส ตัดสินให้มัสก์เป็นฝ่ายชนะ แผนการเข้าตลาดหุ้นของ OpenAI อาจสะดุดทันที และอาจส่งผลต่อการแข่งขันในตลาด AI โลก ซึ่งกำลังดุเดือดระหว่าง OpenAI, Google และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จากจีน

อนาคตของตลาด AI

นอกจากแรงกดดันจากคดีความ OpenAI ยังต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจาก Anthropic และโมเดล Claude

แม้ตลาด AI จะสร้างรายได้รวมระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีแล้ว แต่รายได้ดังกล่าวยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับเงินลงทุนมหาศาลที่ต้องใช้ ทั้งด้านบุคลากรระดับสูง ชิปประมวลผลขั้นสูง และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานจำนวนมากเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ในระยะยาว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์