เปิดด่านเมียวดี หนุนค้าชายแดนฟื้น จับตา Import License เมียนมา

16 มิ.ย. 2569 - 14:41

  • เมียนมาเปิดด่านเมียวดีอีกครั้ง หลังปิดยาวกว่า 9 เดือน หนุนโลจิสติกส์และการส่งออกไทย

  • ภาคธุรกิจยังเผชิญข้อจำกัด Import License และระบบ Export Earning Matching

  • กรมการค้าต่างประเทศเตรียมหารือ JTC ไทย-เมียนมา ลดอุปสรรคการค้าและเพิ่มความคล่องตัวนำเข้า

เปิดด่านเมียวดี หนุนค้าชายแดนฟื้น จับตา Import License เมียนมา

เปิดด่านเมียวดีส่งสัญญาณบวกการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ฟากกรมการค้าต่างประเทศประเมินช่วยหนุนการส่งออกและลดต้นทุนโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการไทย ขณะที่มาตรการขอใบอนุญาตนำเข้า (Import License) และระบบ Export Earning Matching ของเมียนมา ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในช่วงครึ่งหลังปี 2569

อารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมียนมาได้กลับมาเปิดทำการด่านเมียวดี ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามด่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 หลังจากปิดด่านฝ่ายเดียวมาตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 นับเป็นพัฒนาการเชิงบวกต่อการค้าชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวถือเป็นประตูการค้าสำคัญที่เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจหลักของเมียนมา

myawaddy-border-trade-import-license-2569-SPACEBAR-Photo01.jpg

การกลับมาเปิดด่านช่วยเพิ่มความคล่องตัวด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยฟื้นการส่งออกสินค้าไปยังตลาดเมียนมา โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และอุปกรณ์ ตลอดจนสินค้าอุตสาหกรรมที่ยังมีความต้องการในตลาดเมียนมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้ข้อจำกัดด้านการขนส่งจะเริ่มผ่อนคลายลง แต่การฟื้นตัวของการค้าชายแดนยังต้องเผชิญความท้าทายจากมาตรการควบคุมการนำเข้าของเมียนมา โดยเฉพาะระบบการขอใบอนุญาตนำเข้า (Import License) ซึ่งเชื่อมโยงกับรายได้จากการส่งออก หรือ Export Earning ของผู้นำเข้า ผู้ประกอบการจะต้องมีวงเงิน Export Earning หรือจับคู่กับผู้ที่มีวงเงินเพียงพอ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติการนำเข้าสินค้า ส่งผลให้กระบวนการดำเนินงานใช้เวลานานขึ้น และสินค้าบางประเภทต้องได้รับการอนุมัติเป็นรายกรณี

myawaddy-border-trade-import-license-2569-SPACEBAR-Photo02.jpg

อารดา กล่าวว่า แม้การเปิดด่านเมียวดีจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ แต่ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบการนำเข้า การบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศ และระบบ Export Earning Matching ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจนำเข้าสินค้าของภาคเอกชนเมียนมา ซึ่งจะเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางการค้าชายแดนไทย-เมียนมาในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

ทั้งนี้ ข้อมูลการค้าชายแดนไทย-เมียนมา และการค้าผ่านด่านศุลกากรแม่สอดในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2569 พบว่ามูลค่าการค้าลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนและมาตรการควบคุมการนำเข้าของเมียนมาในช่วงที่ผ่านมา

myawaddy-border-trade-import-license-2569-SPACEBAR-Photo03-1.jpg

อย่างไรก็ดี กรมการค้าต่างประเทศประเมินว่า การกลับมาเปิดด่านเมียวดีจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการฟื้นตัวของการค้าในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม ยา สินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง เชื้อเพลิง และสินค้าอุตสาหกรรมที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและภาคการผลิตของเมียนมา

อารดา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าต่างประเทศจะเดินหน้าผลักดันการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างไทยและเมียนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมหยิบยกประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การหารือในการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย-เมียนมา ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นภายในปีนี้ เพื่อหาแนวทางผ่อนคลายอุปสรรคทางการค้าและเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ Export Earning ให้การอนุมัติการนำเข้าสินค้ามีความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น

ขณะเดียวกัน กรมฯ จะติดตามสถานการณ์การเปิดด่านเมียวดี มาตรการด้านการค้า และนโยบายบริหารเงินตราต่างประเทศของเมียนมาอย่างใกล้ชิด รวมถึงประเมินผลกระทบจากมาตรการควบคุมการนำเข้าและส่งออกสินค้าตามแนวชายแดนของกระทรวงกลาโหม ซึ่งกำหนดให้อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นหนึ่งในพื้นที่ควบคุมเพื่อป้องกันและปราบปรามธุรกิจสแกมเมอร์ โดยจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ลดอุปสรรคการส่งออก และผลักดันการค้าชายแดนไทย-เมียนมาให้กลับมาเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์