พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ด้านกิจการกระจายเสียง (กสทช.) เผยผลการพิจารณารับรองผลผู้ผ่านการตรวจคุณสมบัติและวิธีการประมูลสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (Package) ว่า บอร์ดมีมติเห็นชอบคุณสมบัติ ประสบการณ์ และความสามารถทางด้านการเงินของผู้ขอรับอนุญาตสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมลักษณะจัดชุด เพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกจำนวน 3 ราย คือ
สำหรับการประมูลวงโคจรดาวเทียมครั้งนี้ ได้ถูกนำมาประมูลจำนวน 5 ชุด กำหนดราคาเริ่มต้นดังนี้
สำหรับกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกการประมูล และให้บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ เป็นผู้ดำเนินการ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนั้น กรรมการ กสทช. เห็นว่า หากยกเลิกการประมูล จะส่งผลกระทบขาดความต่อเนื่อง และอาจถูกเพิกถอนสิทธิจาก สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU กรณีที่ไม่สามารถส่งดาวเทียมได้จริง รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดการแข่งขันในการให้บริการดาวเทียมในประเทศไทย กลับไปสู่การผูกขาด และขัดรัฐธรรมนูญ กสทช.ยินดีสนับสนุนการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม หากเป็นการให้บริการเพื่อความมั่นคงหรือประโยชน์สาธารณะ กสทช.พร้อมสนับสนุนและอนุญาตให้สิทธิแก่หน่วยงานรัฐ เหมือนที่กสทช.สนับสนุนและอนุญาตให้สิทธิแก่กองทัพอากาศ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ แตกหากนำสิทธิไปใช้ในเชิงพาณิชย์กสทช.ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์วิธีการอนุญาตให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม โปร่งใส เสรี สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการต่างประเทศ
“คาดหวังว่าอย่างน้อยจะมีการประมูลออกไปได้ประมาณ 3 ชุด ส่วนจะใช้เวลาในการประมูลนานแค่ไหนขึ้นอยู่การความต้องการในแต่ละชุดที่มีความต้องการแตกต่างกัน”
- บริษัท สเปซ เทค อินโนเวชั่น จำกัด
- บริษัท พร้อม เทคนิคคอล เซอร์วิสเซส จำกัด
- บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT
สำหรับการประมูลวงโคจรดาวเทียมครั้งนี้ ได้ถูกนำมาประมูลจำนวน 5 ชุด กำหนดราคาเริ่มต้นดังนี้
- ชุดที่ 1 ได้แก่วงโคจรที่ 50.5E และ 51E ราคาขั้นต่ำที่ 374,156,000 บาท และขั้นราคา (ประมูล) 18,700,800 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องขึ้นใช้งานดาวเทียมภายในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 โดยวงโคจรนี้ครอบคุลมพื้นที่ประเทศอาหรับ
- ชุดที่ 2 ได้แก่ วงโคจรที่ 78.5E ราคาขั้นต่ำที่ 360,017,000 และขั้นราคา (ประมูล) 18,000,850 บาท โดยครอบคลุมพื้นที่ประเทศพม่า และอินเดีย
- ชุดที่ 3 ได้แก่ วงโคจรที่ 119.5E และ 120E ราคาขั้นต่ำที่ 397,532,000 บาท และขั้นราคา (ประมูล) 19,876,600 บาท โดยวงโคจรนี้มีความต้องการสูงเพราะเป็นเพียงแพ็คเกจเดียวที่มีโครงข่ายด้านบรอดแบรนด์
- ชุดที่ 4 ได้แก่ วงโคจรที่ 126E ราคาขั้นต่ำที่ 8,644,000 บาท และขั้นราคา (ประมูล) 432,200 บาท และชุดที่ 5 ได้แก่ วงโคจรที่ 142E ราคาขั้นต่ำที่ 189,385,000 บาท และขั้นราคา (ประมูล) 9,469,250 บาท
สำหรับกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกการประมูล และให้บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ เป็นผู้ดำเนินการ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนั้น กรรมการ กสทช. เห็นว่า หากยกเลิกการประมูล จะส่งผลกระทบขาดความต่อเนื่อง และอาจถูกเพิกถอนสิทธิจาก สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU กรณีที่ไม่สามารถส่งดาวเทียมได้จริง รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดการแข่งขันในการให้บริการดาวเทียมในประเทศไทย กลับไปสู่การผูกขาด และขัดรัฐธรรมนูญ กสทช.ยินดีสนับสนุนการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม หากเป็นการให้บริการเพื่อความมั่นคงหรือประโยชน์สาธารณะ กสทช.พร้อมสนับสนุนและอนุญาตให้สิทธิแก่หน่วยงานรัฐ เหมือนที่กสทช.สนับสนุนและอนุญาตให้สิทธิแก่กองทัพอากาศ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ แตกหากนำสิทธิไปใช้ในเชิงพาณิชย์กสทช.ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์วิธีการอนุญาตให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม โปร่งใส เสรี สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการต่างประเทศ
“คาดหวังว่าอย่างน้อยจะมีการประมูลออกไปได้ประมาณ 3 ชุด ส่วนจะใช้เวลาในการประมูลนานแค่ไหนขึ้นอยู่การความต้องการในแต่ละชุดที่มีความต้องการแตกต่างกัน”



