การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ดกสทช.) วันที่ 25 ธ.ค. 2567 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการประชุมพิจารณางบประมาณสำนักงานกสทช.ปี 2568 ปรากฎว่า ยังไม่สามารถอนุมัติกรอบงบประมาณ 5,600 ล้านบาท ได้ เนื่องจากกรรมการกสทช.มีความเห็นว่าขั้นตอนการพิจารณางบประมาณไม่เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ และ ประกาศกสทช.ว่าด้วยการจัดสรรงบประมาณ
เนื่องจาก สำนักงานไม่มีการจัดทำปฏิทินงบประมาณปี 2568 ทำให้บอร์ดต้องแก้ปัญหาด้วยการลงมติ 6 : 0 ไม่เห็นชอบ ร่างปฏิทินงบประมาณรายรับ รายจ่าย ประจำปี 2568 และ ร่างแนวทาง และหลักเกณฑ์ การพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ตามที่สำนักงานกสทช.เสนอ โดยประธาน กสทช.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ งดออกเสียง และจะพิจารณาเคาะงบประมาณสำนักงานกสทช.ในการประชุมวันที่ 22 ม.ค. 2568
ทั้งนี้ ตามกฎหมายหมวด 2 เรื่องการจัดทำงบประมาณ ข้อ 11 ระบุว่า ให้สำนักงานกสทช.จัดทำร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่แสดงถึงงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้สอดคล้องกับนโยบายของ กสทช. และไม่ขัด หรือ ขัดแย้งกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายให้สำนักงาน กสทช. จัดทำงบประมาณโดยคำนึงถึงความคุ้มค่า การประหยัด และ ประสิทธิภาพ โดยการจัดทำร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานกสทช.จัดทำปฎิทินงบประมาณโดยขอความเห็นชอบจาก กสทช. ก่อน เพื่อเป็นกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ
แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช.ระบุว่า การจัดสรรงบประมาณในปี 2567 สำนักงานยังมีการทำปฏิทินงบประมาณ แม้ว่าจะผิดขั้นตอนโดยไม่ได้ให้บอร์ดกสทช.พิจารณาก่อนก็ตาม แต่ก็ยังมี ทำให้บอร์ดกสทช.สามารถอนุมัติกรอบงบประมาณได้ แม้จะใช้เวลาในการพิจารณาถึง 3 วัน แต่ในปีงบประมาณ 2568 สำนักงานกสทช.ไม่ได้ทำปฎิทินงบประมาณให้บอร์ดกสทช.ดูก่อน ดังนั้นจะให้บอร์ดกสทช.พิจารณาไม่ได้ เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
แหล่งข่าวได้ยกตัวอย่างกรณีการพิจารณางบประมาณโดยไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายของเทศบางหนึ่งที่ถูกคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด มาแล้ว ว่าไม่ดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติและกฎหมายลำดับรองที่หน่วยงานนั้นๆ กำหนดขึ้นภายในด้วย โดยเทศบาลดังกล่าวไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ทำให้คนที่อนุมัติงบประมาณ มีความผิดไปด้วย ดังนั้น การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณของสำนักงาน กสทช. ก็จะต้องจัดทำให้เป็นไปตามระเบียบ กสทช. ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ยกมติที่ประชุมของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มีความเห็น 4 เรื่อง กรณีงบประมาณของสำนักงาน กสทช.ดังนี้
1.การจัดทำร่างงบประมาณรายจ่ายของสำนักงานกสทช.ต้องมีความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล
2.การจัดทำงบประมาณรายจ่ายของสำนักงานกสทช.ต้องแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกับแผนระดับที่ 3 (ร่าง) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2561-2580 ฉบับปรับปรุง เพื่อสนับสนุนนโยบายการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ
3.การเพิ่มงบประมาณด้านบุคลากร ขอให้คำนึงถึงภารกิจที่มีความจำเป็นเหมาะสมและขาดแคลนให้พิจารณาการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี สนับสนุนการทำงานของบุคลากร รวมทั้งการจัดทำแผนด้านบุคลากรประจำปี เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า และอย่างมีประสิทธิภาพ
4\. การพิจารณาให้ความเห็นต่อร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ของสำนักงานกสทช.เป็นร่างงบประมาณฯที่ยังไม่ผ่านการพิจารณาของกสทช.ขอให้สำนักงานกสทช.รับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ไปประกอบการพิจารณาการเสนอร่างงบประมาณ ทั้งนี้ ให้ปฎิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย กฎระเบียบ และแนวทางสำหรับการปฎิบัติงานของหน่วยงานต่อไป
เรื่องดังกล่าวทำให้ในช่วงหนึ่งของการประชุม บอร์ดกสทช.ทั้ง 7 คน ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง ออกจากห้องประชุมก่อน เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว จนเป็นที่มาของการโหวต 6:0 โดยการประชุมวันพรุ่งนี้ (26 ธ.ค.2567) สำนักงานกสทช.ต้องนำปฏิทินมาเสนอให้บอร์ดกสทช.อนุมัติ จากนั้นจึงตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณ เพื่อให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 30 วัน คาดว่าการประชุมบอร์ดกสทช.วันที่ 22 ม.ค. 2568 จะสามารถเคาะงบประมาณสำนักงานกสทช.ปี 2568 ได้




