ปฎิเสธไม่ได้หรอกว่า คนรุ่นใหม่ คือ พลังบริสุทธิ์ ที่จะขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทย เมื่อ OECD นโยบายที่ผู้ใหญ่คิด จะขับเคลื่อนไปได้ไกล ต้องฝากความหวังไว้กับ คนรุ่นใหม่ร่วมออกแบบอนาคตประเทศ
ในวันที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ OECD คำถามสำคัญอาจไม่ได้อยู่แค่ว่า “ไทยพร้อมแค่ไหนสำหรับ OECD”แต่ควรถามกลับด้วยว่า “ประเทศไทยพร้อมแค่ไหนที่จะให้นโยบายของประเทศถูกออกแบบร่วมกับคนรุ่นใหม่?”
หนึ่งในโมเดลที่น่าสนใจของ OECD คือ Youthwise คณะที่ปรึกษาเยาวชนซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องทางนำเสียงของคนอายุ 18–30 ปีเข้าสู่กระบวนการทำงานของ OECD โดยตรง ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 และมีภารกิจสองด้าน คือทำให้เยาวชนเข้าใจกระบวนการกำหนดนโยบายระหว่างประเทศมากขึ้น และนำมุมมอง ความคิด และประสบการณ์ของคนรุ่นใหม่กลับเข้าไปสู่การทำงานของ OECD
โมเดลนี้จึงน่าสนใจสำหรับประเทศไทยอย่างยิ่ง เพราะไทยไม่ได้อยู่เพียงในช่วง “สนใจ OECD” อีกต่อไป แต่เข้าสู่กระบวนการ accession อย่างเป็นทางการแล้ว โดย OECD เปิดการเจรจาเข้าเป็นสมาชิกกับไทยในเดือนมิถุนายน 2024 และไทยได้ส่ง Initial Memorandum ในเดือนธันวาคม 2025 เพื่อเข้าสู่ระยะการประเมินเชิงเทคนิค ซึ่งครอบคลุมนโยบายจำนวนมากของประเทศ และนี่อาจเป็นจังหวะที่ประเทศไทยควรคิดเรื่อง “Youthwise Thailand”

Youthwise ไม่ใช่สภาเด็ก และไม่ใช่เวทีรับฟังความคิดเห็น
จุดแข็งของ Youthwise อยู่ที่การเปลี่ยนบทบาทของเยาวชนจาก “ผู้รับนโยบาย” เป็น “ผู้ร่วมคิดนโยบาย”
สมาชิกไม่ได้เพียงเข้าร่วมสัมมนาหรือแสดงความคิดเห็นในเวทีสาธารณะ แต่มีโอกาสเข้าร่วมประชุมและ consultation กับผู้เชี่ยวชาญ OECD และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งสามารถร่วมจัดทำเอกสาร บทความ วิดีโอ และนำเสนอความคิดเห็นในเวทีต่าง ๆ ของ OECD ได้
ที่สำคัญคือ สมาชิกมาจากหลากหลายสาขา ตั้งแต่ AI เทคโนโลยี การศึกษา สุขภาพ Climate Change สิ่งแวดล้อม ความเท่าเทียม ไปจนถึง Social Mobility
Youthwise จึงไม่ใช่เพียง Youth Forum ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มาพูด แต่เป็นการสร้าง กลไกเชื่อมระหว่างเสียงของคนรุ่นใหม่กับกระบวนการกำหนดนโยบาย

นี่คือความแตกต่างที่สำคัญ
ประเทศไทยมีเวทีเยาวชนอยู่แล้ว แต่ยังขาด “กลไกเชื่อมเข้าสู่นโยบาย”
ประเทศไทยไม่ได้ขาดกิจกรรมสำหรับเยาวชน มีทั้งสภาเด็กและเยาวชน เยาวชนจิตอาสา Youth Forum โครงการของกระทรวงต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรมจากมหาวิทยาลัยและภาคประชาสังคมจำนวนมาก
แต่คำถามสำคัญกว่าคือ เสียงที่เยาวชนเสนอไปนั้น เดินทางต่อไปถึงโต๊ะตัดสินใจหรือไม่?
หากข้อเสนอจากเยาวชนถูกนำไปพูดในงานสัมมนา แล้วจบลงที่รายงานประชุม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การ “ไม่มีพื้นที่ให้พูด” แต่อยู่ที่ ไม่มีระบบที่ทำให้เสียงนั้นกลายเป็น input ของนโยบายอย่างเป็นระบบ

Youthwise จึงนำเสนอแนวคิดที่ไทยสามารถเรียนรู้ได้
อย่าเพียงถามเยาวชนว่า “อยากได้อะไร” แต่ควรเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามาช่วยตอบว่า “ประเทศควรออกแบบอนาคตอย่างไร”
ทำไมไทยควรมี Youthwise? เพราะคนรุ่นใหม่ต้องอยู่กับผลของนโยบายในระยะยาว นโยบายหลายเรื่องที่กำลังตัดสินใจในวันนี้จะมีผลต่อคนรุ่นใหม่อีก 10–20 ปี
AI จะเปลี่ยนตลาดแรงงาน
Climate Change จะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ
สังคมสูงวัยจะเปลี่ยนระบบสวัสดิการ
หนี้สาธารณะจะส่งผลต่อคนรุ่นถัดไป
Digital Government จะกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน
แต่ผู้มีอำนาจตัดสินใจจำนวนมากอาจไม่ได้เป็นคนกลุ่มที่จะต้องอยู่กับผลกระทบเหล่านี้ไปอีกหลายทศวรรษ
การมี Youth Advisory Board จึงเป็นกลไกของ intergenerational policymaking หรือการกำหนดนโยบายที่คำนึงถึงคนต่างรุ่น
OECD เองระบุว่าคนรุ่นใหม่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านดิจิทัล สิ่งแวดล้อม ประชากร และเศรษฐกิจ และรัฐบาลควรสร้างโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมและมีตัวแทนในชีวิตสาธารณะอย่างมีความหมาย
เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่โลกของ OECD
นี่อาจเป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุด กระบวนการ accession ของไทยไม่ได้เป็นเพียงการสมัครเข้าองค์กรระหว่างประเทศ แต่เป็นการตรวจสอบกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติของไทยเทียบกับมาตรฐานและแนวปฏิบัติของ OECD ในหลายด้าน ตั้งแต่เศรษฐกิจ การลงทุน ตลาดแรงงาน การศึกษา สุขภาพ Governance ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม
หากไทยต้องการปรับประเทศให้เข้าใกล้มาตรฐาน OECD จริง ๆ การมี Youth Policy Voice ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบนโยบายที่ทันสมัย
เพราะ OECD ไม่ได้พูดถึงเพียง GDP หรือกฎระเบียบ แต่ยังให้ความสำคัญกับ trust, inclusion, participation และ intergenerational justice
Youthwise อาจเป็น “ห้องทดลองนโยบาย” ของไทยหากออกแบบดี Youthwise Thailand ไม่ควรเป็นอีกหนึ่งคณะกรรมการที่ประชุมแล้วจบ แต่สามารถทำหน้าที่เป็น Policy Lab ของคนรุ่นใหม่
ไทยเองมีโจทย์เรื่อง Youth Skills ที่ต้องแก้
ประเด็นนี้ยิ่งน่าสนใจเมื่อดูข้อเสนอของ OECD ต่อประเทศไทย
รายงาน OECD Skills Strategy Thailand ระบุว่าประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาทักษะของเยาวชนให้สอดคล้องกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ทั้ง digitalisation, globalisation, demographic change และ climate change โดย OECD เสนอ 20 ข้อเสนอเชิงนโยบาย ครอบคลุมการพัฒนาทักษะเยาวชน การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการยกระดับ governance ของระบบทักษะ
นั่นหมายความว่า หากไทยสร้าง Youthwise ของตัวเอง สมาชิกไม่ควรมีบทบาทเพียงเป็น “ตัวแทนเสียงเยาวชน”
แต่ควรเป็น policy talent pool คือสร้างคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจทั้ง
Policy + Data + Technology + Economy + Society
และรู้ว่าจะเปลี่ยนความคิดเห็นให้กลายเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างไร แต่ต้องระวังไม่ให้กลายเป็น “Youth Council แบบเดิม” นี่คือโจทย์ใหญ่ที่สุด ถ้ารัฐบาลสร้าง Youthwise Thailand แต่สมาชิกถูกเลือกจากคนกลุ่มเดิม ถ้าเลือกเฉพาะนักเรียนดีเด่น นักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำ หรือเยาวชนที่มีความสัมพันธ์กับหน่วยงานรัฐ แพลตฟอร์มนี้จะสูญเสียความหมายทันที
เพราะเสียงของคนรุ่นใหม่ไม่ได้มีเพียงเสียงของเด็กที่เรียนเก่งหรือมี profile ดี ต้องมีทั้ง เด็กต่างจังหวัด เด็กอาชีวะ นักศึกษาคนทำงาน Startup founder Creator Developer Freelancer แรงงานแพลตฟอร์ม คนพิการ เยาวชนจากครอบครัวรายได้น้อย และคนที่อยู่นอกระบบการศึกษาและการจ้างงาน
การออกแบบตัวแทนจึงต้องเน้น diversity มากกว่า prestige อีกข้อสำคัญ ต้องไม่ให้รัฐบาลควบคุมเสียงเยาวชน Youthwise ที่มีคุณค่าจะต้องมี independence
หากตั้งโดยรัฐบาล แต่รัฐบาลเป็นผู้กำหนดว่า “เรื่องไหนพูดได้ เรื่องไหนพูดไม่ได้” แพลตฟอร์มก็จะกลายเป็นเพียง PR mechanism
โครงสร้างที่เหมาะสมจึงควรมีอย่างน้อย
รัฐบาล + เยาวชน + ภาคธุรกิจ + มหาวิทยาลัย + ภาคประชาสังคม
ร่วมกันกำหนดระบบ แต่ไม่ควรให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผูกขาด และต้องเปิดเผยว่า ข้อเสนอไหนถูกนำไปใช้ ข้อเสนอไหนไม่ถูกนำไปใช้ และเพราะอะไร เพราะ accountability สำคัญไม่แพ้ participation โมเดลที่เหมาะกับไทยอาจไม่ต้อง Copy OECD ทั้งหมด
สิ่งที่ประเทศไทยควรเรียนรู้จาก Youthwise ไม่ใช่การตั้งคณะกรรมการเพิ่มอีกหนึ่งชุด แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่อง “ใครควรมีสิทธิออกแบบอนาคตประเทศ”
ในโลกที่ AI กำลังเปลี่ยนงาน เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนเศรษฐกิจ Climate Change กำลังเปลี่ยนโครงสร้างสังคม และประชากรกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย นโยบายที่ออกแบบโดยคนรุ่นเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ไทยกำลังอยู่บนเส้นทาง OECD และต้องปรับกฎหมาย นโยบาย และระบบราชการครั้งใหญ่ การสร้างพื้นที่ที่ทำให้ คนรุ่นใหม่เข้าไปอยู่ในกระบวนการคิดนโยบายตั้งแต่ต้น จึงไม่ใช่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่เป็นการลงทุนกับ policy capacity ของประเทศ
OECD เองกำลังใช้ Youthwise เป็นช่องทางนำเสียงเยาวชนเข้าสู่กระบวนการทำงาน ขณะที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการปฏิรูปประเทศเพื่อเข้าสู่ OECD
“ถ้าประเทศไทยกำลังจะออกแบบอนาคตใหม่ ทำไมคนที่จะต้องอยู่กับอนาคตนั้นไปอีก 30–50 ปี จึงไม่ควรมีที่นั่งอยู่บนโต๊ะตั้งแต่วันนี้ ” คนรุ่นใหม่จะเป็นกำลังสำคัญ ขับเคลื่อนประเทศไทย การมีส่วนร่วมเป็นสิ่งสำคัญไม่ต้องไปกว่า การผ่านเกณฑ์ หรือ สอบผ่าน แต่มันคือ การีเติบโต อย่างยั่งยืน ของจริง
#คนรุ่นใหม่ #OECD #Youthwise #พลังขับเคลื่อน #นโยบาย #BUSINESS #SPACSBAR




