ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ไม่ได้มีไว้ผลิตไฟฟ้าอย่างเดียว

7 ก.ค. 2569 - 16:18

  • ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยไม่ได้มีคุณค่าแค่ในฐานะเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า

  • เป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มหาศาล

  • ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงกว่าการเผาเป็นเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียวถึง 25 เท่า

ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ไม่ได้มีไว้ผลิตไฟฟ้าอย่างเดียว

เมื่อพูดถึงก๊าซธรรมชาติ หลายคนมักนึกถึงเชื้อเพลิงสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ในความเป็นจริง ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยมีคุณค่ามากกว่านั้น เพราะเป็น ‘ก๊าซเปียก’ (Wet Gas) ที่อุดมไปด้วยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนหลายชนิด ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างมหาศาล

ก่อนถูกนำไปใช้งาน ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยจะถูกส่งเข้าสู่โรงแยกก๊าซธรรมชาติ เพื่อคัดแยกสารประกอบต่าง ๆ ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กระบวนการเริ่มจากการกำจัดสิ่งเจือปน เช่น ปรอท ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และความชื้น จากนั้นลดอุณหภูมิลงต่ำกว่า -115 องศาเซลเซียส เพื่อแยกสารประกอบตามจุดเดือด ก่อนเข้าสู่กระบวนการกลั่นเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด

ผลผลิตที่ได้จากการแยกก๊าซแต่ละชนิดมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของคนไทย

·     มีเทน ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 60-70% ถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า ใช้ในภาคอุตสาหกรรม และเป็นเชื้อเพลิง NGV สำหรับการขนส่ง

·     อีเทน ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 10-15% เป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ใช้ผลิตเม็ดพลาสติกที่ต่อยอดไปสู่บรรจุภัณฑ์ เสื้อผ้า ฟิล์มพลาสติก และผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันอีกนับไม่ถ้วน

·     โพรเพนและบิวเทน ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 10-15% จะถูกนำไปผลิตเป็นก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG ที่ใช้เป็นก๊าซหุงต้มในครัวเรือน เป็นเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรม และใช้ในรถยนต์บางประเภท เช่น รถแท็กซี่

·     สารประกอบไฮโดรคาร์บอนหนักและคอนเดนเสท ยังสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นสูง ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงอีกจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้ การบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการนำก๊าซเข้าสู่กระบวนการแยกและต่อยอดในอุตสาหกรรมต่าง ๆ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงกว่าการนำไปเผาเพื่อผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวถึง 25 เท่า

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องจากการใช้ก๊าซธรรมชาติยังสร้างการจ้างงานมากกว่า 400,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ

หากนำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยไปเผา เพื่อผลิตไฟฟ้าโดยไม่ผ่านการแยกสารประกอบ ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบสำคัญเหล่านี้ เปรียบเสมือนการนำ ‘ไม้สักทองไปทำฟืน’ ซึ่งแม้จะให้พลังงานเช่นกัน แต่ไม่สามารถดึงคุณค่าที่แท้จริงของทรัพยากรออกมาใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

ก๊าซธรรมชาติจึงไม่ใช่เพียงเชื้อเพลิง แต่เป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เพิ่มขีดความสามารถทางอุตสาหกรรม และสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว

RV1-ai-Info-ก๊าซธรรมชาติ เอาไปทำอะไร.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์