ตลาดหุ้นเอเชียร่วงหนักในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ (9 มีนาคม) หลังราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลางและการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน
ดัชนีหุ้นสำคัญในเอเชียปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแรงจากการที่ผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางลดกำลังการผลิต
หุ้นญี่ปุ่น–เกาหลีใต้ร่วงหนักกว่า 6%
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วงลง 6.22% ในช่วงเปิดตลาด หลุดระดับ 53,000 จุด เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ขณะที่ดัชนี TOPIX ปรับตัวลดลง 5.27%
ด้านตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ดัชนี KOSPI ดิ่งลง 6.68% ส่งผลให้ตลาดต้องใช้มาตรการ circuit breaker หรือหยุดการซื้อขายชั่วคราวในสัญญาฟิวเจอร์สของ Kospi 200
ก่อนหน้านี้เพียงสัปดาห์เดียว ดัชนีดังกล่าวเคยร่วงกว่า 12% ภายในวันเดียว ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดในประวัติการณ์
ตลาดหุ้นเอเชียอื่น ๆ ปรับตัวลดลงตาม
ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง
ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียลดลง 3.68% ในช่วงเปิดตลาด
ขณะที่ดัชนี Hang Seng Index ของฮ่องกงในตลาดฟิวเจอร์สอยู่ที่ 25,328 จุด ต่ำกว่าระดับปิดก่อนหน้าที่ 25,757 จุด
ราคาน้ำมันพุ่งแรงเกือบ 18%
ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง โดยสัญญาน้ำมัน Brent Crude เพิ่มขึ้น 16.1% แตะระดับ 107.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐพุ่งเกือบ 17.7% อยู่ที่ประมาณ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเกิดขึ้นหลังประเทศผู้ผลิตรายสำคัญในตะวันออกกลาง เช่น Kuwait, Iran และ United Arab Emirates ลดกำลังการผลิต หลังการปิดเส้นทางเดินเรือใน Strait of Hormuz
สหรัฐย้ำราคาน้ำมันสูงเป็นเพียงระยะสั้น
ประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump โพสต์ผ่าน Truth Social ว่าการที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นในระยะสั้นเป็น “ราคาที่ต้องจ่ายเพียงเล็กน้อย” เพื่อทำลายภัยคุกคามนิวเคลียร์จาก Iran
ทรัมป์ระบุเพิ่มเติมว่า “มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะคิดต่าง”
ตลาดหุ้นสหรัฐถูกกดดันตาม
ความกังวลเรื่องราคาพลังงานยังส่งผลต่อตลาดสหรัฐ โดยสัญญาฟิวเจอร์สของดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลงมากกว่า 800 จุด
ขณะที่ฟิวเจอร์สของ S&P 500 ลดลง 1.59% และ Nasdaq-100 ลดลงประมาณ 1.6%
นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาความเคลื่อนไหวของตลาดพลังงานและสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป




