ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าอาคารอยู่อาศัยในอำเภอเมืองอุดรธานี เพื่อขยายผลการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุกจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยบูรณาการร่วมกับสำนักงานจังหวัด เทศบาลนครอุดรธานี ศูนย์ดำรงธรรม และสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569
ปัญหาที่ผู้เช่าต้องเผชิญ
จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหา พบว่าผู้เช่าจำนวนมากต้องเผชิญกับการเรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟสูงเกินจริงโดยไม่แสดงวิธีคำนวณ การริบเงินประกันโดยไม่มีเหตุ และค่าใช้จ่ายแฝงในสัญญาที่ไม่โปร่งใส ปัญหาเหล่านี้กระทบโดยตรงต่อคนทำงาน นักศึกษา และผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่แบกรับภาระค่าครองชีพสูงอยู่แล้ว
"ผู้ประกอบธุรกิจที่ทำถูกต้องต้องได้รับความเป็นธรรม ส่วนรายที่เอาเปรียบผู้บริโภคต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย" — ศุภมาส อิศรภักดี
กฎหมายใหม่คุ้มครองผู้เช่าครบวงจร
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้แล้ว โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำสัญญาภาษาไทยที่อ่านเข้าใจง่าย ส่งมอบสำเนาให้ผู้เช่า เรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟไม่เกินอัตราที่การไฟฟ้าและประปาเรียกเก็บ พร้อมระบุวิธีคำนวณในสัญญา และห้ามเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้ารวมเงินประกันเกิน 3 เดือน โดยต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วันหลังสัญญาสิ้นสุด หากไม่พบความเสียหาย ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อะพาร์ตเมนต์ vs คอนโดฯ ต่างกันอย่างไร
ศุภมาส ย้ำว่าประชาชนควรเข้าใจความแตกต่างระหว่างอะพาร์ตเมนต์ซึ่งมีเจ้าของรายเดียวและอยู่ภายใต้การควบคุมของ สคบ. กับคอนโดมิเนียมที่มีนิติบุคคลอาคารชุดดูแล ซึ่งเป็นคนละกรณีกัน ส่วนค่าจอดรถ ค่าเก็บขยะ หรือค่าบริการอื่นใด ต้องระบุในสัญญาอย่างชัดเจนและไม่เป็นการเอาเปรียบ
สคบ. เดินหน้าขยายผลทั่วประเทศ
ศุภมาส ยืนยันว่า สคบ. จะขยายการตรวจสอบไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะกรุงเทพฯ หรืออุดรธานี พร้อมแนะนำผู้เช่าตรวจสัญญาให้ละเอียดก่อนลงนาม เก็บบิลและใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน และหากพบการเอาเปรียบ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. **1166** แอปพลิเคชัน **OCPB Connect** เว็บไซต์ สคบ. หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด






