พีระพันธุ์ ของขึ้น บอกน้ำมันไม่ใช่หุ้น หลังเบนซินดีดขึ้น ไล่หลัง รบ.ปรับลด - ติงถ้าปล่อยเสรีตามตลาดโลก อย่ามีรัฐดีกว่า - ชี้ต้องรื้อระบบโครงสร้าง ไม่ให้ประชาชนแบกรับ
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีพลังงาน กล่าวถึงราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับขึ้น หลังรัฐบาลประกาศลด ว่าขณะนี้รัฐบาลเพิ่งประกาศปรับลด เราต้องเข้าใจผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องเข้าใจประชาชนและรัฐบาล ตนคิดว่าราคาน้ำมันไม่ใช่หุ้นที่จะขึ้นลงทุกนาทีและทุกวัน ราคาพลังงานโลกก็แบบเดียวกันขึ้นลงตามสถานการณ์ แต่จะให้ประชาชนมารับภาระวิ่งขึ้นวิ่งลง ตนว่าไม่ถูกต้อง ควรจะต้องวางระบบ เพื่อรักษาเสถียรภาพ ราคาน้ำมันที่ขายให้กับประชาชน
ส่วนการขึ้นลงเป็นเรื่องระหว่างผู้ประกอบการและภาครัฐ ต้องมาว่ากันว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร หากราคาน้ำมันวิ่งขึ้นวิ่งลงแบบนี้ รัฐคำนวณไม่ได้ และควบคุมไม่ได้ มองว่าเป็นระบบที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งตนกำลังศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อยู่
แนวทางการแก้ไข
จะวางแนวทางอย่างไรนั้น พีระพันธุ์ ระบุว่าก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้ราคาซื้อขายน้ำมัน ที่ประชาชนซื้อจากปั๊มมีเสถียรภาพ คือมีราคาที่แน่นอน เพื่อไม่ให้ประชาชนมาแบกรับแบบทุกวันนี้ โดยจะต้องศึกษาเรื่องโครงสร้างกันใหม่หมด เพราะโครงสร้างเดิมที่ใช้กันมา นาน 20 ถึง 30 ปี ถึงเวลาที่จะต้องปรับปรุง เพราะมันถึงเวลาที่จะต้องปรับปรุง อย่างอื่นยังปรับปรุง แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงไม่ปรับปรุง เอะอะก็อ้างเรื่องเสรี การค้าเสรี แต่ประชาชนมีปัญหา ผมว่าไม่ถูกต้อง
ส่วนราคาน้ำมันโลกปรับขึ้น จึงขึ้นราคาตาม พีรพันธุ์ ย้ำว่าเป็นเรื่องระหว่างผู้ประกอบการกับภาครัฐที่ต้องหาทางให้เกิดความเหมาะสม ไม่ใช่เรื่องผู้ประกอบการกับประชาชน แล้วภาครัฐไม่ทำอะไร อย่างนี้ก็อย่ามีรัฐดีกว่า ผมว่าควรมานั่งคิดกันว่าจะวางระบบอย่างไรให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยลง ซึ่งจะพยายามทำให้เร็วที่สุด เพราะยังไม่เคยมีใครมาทำ มีตนคิดครั้งแรก การที่เราจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ดีกว่าไม่คิดใช่หรือไม่
ซื้อขายน้ำมันกันประจำวันแบบนี้ มันเหมือนหุ้น อีกทั้งกองทุนน้ำมันก็ประชุมกันทุกวัน ตามราคาตลาดโลก ไม่ต้องทำอะไรกันเลย วันๆนั่งประชุมปรับราคา งานมีตั้งเยอะ ไม่ใช่วิธีการบริหารจัดการที่ถูกต้อง อันนี้ต้องแก้ไข
ต้องรื้อกฎหมายหรือไม่
ต้องไปรื้อกฎหมายหรือไม่นั้น พีระพันธุ์ ระบุว่าก็ทั้งหมด มันเป็นเรื่องของกฎหมาย นโยบายโครงสร้าง การบริหาร ซึ่งตนมีคณะทำงาน ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบเป็นระยะว่ามีปัญหาใดที่ต้องแก้ไข ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็สนับสนุนตนทุกเรื่อง เพราะที่ตนทำนั้นก็ทำเพื่อประชาชน ซึ่งนโยบายก็ตรงกับนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ทุกอย่างต้องคิดด้วยความรอบคอบ ไม่ใช่คิดปั๊บทำปุ๊บ เพราะผลกระทบเยอะ ผู้ประกอบการ ทำระบบนี้มานาน รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เคยชินกับระบบแบบนี้ เมื่อเราจะเปลี่ยนแปลงปรับปรุงก็ต้อง ค่อยค่อยดูรูปแบบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้มีผลกระทบน้อยที่สุด ตนคิดว่าเมื่อตนเป็นรัฐมนตรี อยู่ตรงนี้นั่งเฉยๆแบบนี้ไม่ได้




