ราคาน้ำมันพุ่ง 4% หลังสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่ ตลาดหุ้นเอเชียร่วง

13 ก.ค. 2569 - 14:47

  • ราคาน้ำมัน WTI และเบรนต์พุ่งสูงกว่า 4% หลังการปะทะระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซรุนแรงขึ้น

  • อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าจะสิ้นสุดการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในภูมิภาค

  • ตลาดหุ้นโซลดิ่ง 5% นำโดย SK Hynix ที่ร่วงกว่า 10% ท่ามกลางแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ราคาน้ำมันพุ่ง 4% หลังสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่ ตลาดหุ้นเอเชียร่วง

ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นมากกว่า 4% ในวันจันทร์ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางทหารรอบใหม่ต่ออิหร่าน อันเป็นผลจากการปะทะที่ทวีความรุนแรงในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วเอเชียปรับตัวลง โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์กรุงโซลร่วงหนักที่สุดกว่า 5%

ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านโจมตีเรือสินค้าพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอาทิตย์ จนลูกเรือต้องละทิ้งเรือที่ถูกไฟเผาไหม้ ต่อมาอิหร่านประกาศผ่านสำนักข่าวทางการ IRNA ว่า "ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดจนกว่าจะสิ้นสุดการแทรกแซงของอเมริกาในภูมิภาคนี้" กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าช่องแคบ "เปิดให้เรือทุกลำที่ต้องการผ่านโดยชอบด้วยกฎหมาย"

ตลาดน้ำมันและความกังวลเงินเฟ้อ

สัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate พุ่งขึ้น 4.3% แตะ 74.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือปรับตัวขึ้น 4.2% อยู่ที่ 79.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความผันผวนดังกล่าวจุดชนวนความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจบังคับให้ธนาคารกลางหลายแห่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ฟาวาด ราซักซาดา นักวิเคราะห์ตลาดจาก Forex.com ระบุว่า "ใครๆ ก็จินตนาการได้ไม่ยากว่าสถานการณ์อาจบานปลายอย่างรวดเร็ว" อย่างไรก็ตาม ฟาเบียน ยิป นักวิเคราะห์จาก IG มองว่าราคาน้ำมันไม่น่าจะพุ่งสูงถึงระดับที่เคยเกิดขึ้นช่วงเริ่มต้นสงคราม เนื่องจากอุปสงค์ฟื้นตัวช้าและปริมาณน้ำมันในตลาดยังอยู่ในระดับล้นเกิน

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงหนัก

ดัชนี Kospi ของกรุงโซลดิ่งลง 5% ปิดที่ 7,104.14 จุด ขับเคลื่อนโดยหุ้น SK Hynix ที่ร่วงกว่า 10% และ Samsung ที่ลดลงกว่า 6% สะท้อนแรงกดดันจากความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีและการลงทุนในกลุ่ม AI ด้านโตเกียวดัชนี Nikkei 225 ลดลง 1.1% ขณะที่ตลาดเซี่ยงไฮ้และสิงคโปร์ก็ปรับตัวลงเช่นกัน

จับตาผลประกอบการและทิศทาง AI

นักลงทุนเตรียมรับรายงานผลประกอบการสำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ TSMC ยักษ์ใหญ่ชิปจากไต้หวัน และ ASML จากเนเธอร์แลนด์ รวมถึงธนาคารวอลล์สตรีทอย่าง JP Morgan, Bank of America และ Goldman Sachs ซึ่งตลาดจะจับตาสัญญาณทิศทางอุตสาหกรรม AI อย่างใกล้ชิด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์