ราคาน้ำมันดิบยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในวันอังคาร ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน ยังคงรุนแรง ส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานในภูมิภาค
ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น กระทบเส้นทางขนส่งน้ำมัน
ความขัดแย้งครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อกระแสการขนส่งพลังงานในภูมิภาค โดยเฉพาะ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลกถูกปิดกั้น ทำให้เกิดความกังวลเรื่องวิกฤตพลังงานรอบใหม่ที่อาจผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น
นายพลใน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ของอิหร่านขู่ว่าจะ "เผาเรือทุกลำ" ที่พยายามเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเตือนว่า "ราคาน้ำมันจะพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์ในไม่กี่วันข้างหน้า"
ราคาน้ำมันพุ่งสูง ก๊าซธรรมชาติยุโรปเพิ่มขึ้น 40%
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 1.2% แตะ 78.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบดับเบิลยูทีไอพุ่ง 1.0% ที่ 71.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปกระโดดเพิ่มขึ้นเกือบ 40% หลังจากบริษัทพลังงานของรัฐ กาตาร์ ประกาศหยุดการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ชั่วคราว
ตลาดหุ้นเอเชียร่วงหนัก สายการบินได้รับผลกระทบมากที่สุด
ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชียปรับตัวลง โดยดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วง 2.3% แตะ 56,727.27 จุด ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่เคยพุ่งสูงกว่า 40% ในปีนี้ก็ดิ่งลงมากกว่า 2%
หุ้นสายการบินได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดย Japan Airlines ในตลาดโตเกียวร่วงกว่า 5% Cathay Pacific ลดลง 3.3% ในฮ่องกง และ Qantas ปรับลง 3% ในซิดนีย์
ธนาคารกลางเผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
โรดริโก คาเทรียล จาก National Australia Bank ระบุว่าการพุ่งสูงของราคาพลังงานสร้างภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกสำหรับธนาคารกลาง
“ภาวะเงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ธนาคารกลางรู้สึกไม่สบายใจ การกระแทกราคาพลังงานที่ยาวนานจะเป็นปัจจัยเพิ่มเงินเฟ้อและทำให้การเติบโตอ่อนแอ”




