เปิดกรอบเวลานับหนึ่ง แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ

13 พ.ย. 2568 - 13:02

  • เปิดกรอบเวลาที่จะเกิดแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ

  • โครงการมีแล้วแต่ยังไม่ผ่านการพิจารณาของบอร์ดกสทช.รอต่อไป

  • อาจใช้เวลาอีกปีครึ่งเมื่อผ่านบอร์ดและนำหนึ่งการเกิดขึ้นของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง จะทันเวลาหรือไม่

เปิดกรอบเวลานับหนึ่ง แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ

เมื่อคนทุกวันนี้ไม่ได้ดูโทรทัศน์ ทุกคนไปแพลตฟอร์ม สตรีมมิ่ง  มีทั้งสตรีมมิ่งจากต่างประเทศ และในประเทศที่พยายามทำ ให้เลือกดู  โทรทัศน์ ถ้ายังอยากคนอยู่ ก็ต้องไปแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง แต่ทุกช่องไม่ได้มีความพร้อมเท่ากัน เพื่อช่วยให้ เปลี่ยนผ่าน สตรีมมิ่ง เลยกลายเป็นความหวังของวงการโทรทัศน์ ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ที่มาของแนวคิด “National Streaming Platform”

เมื่อทุกช่องพร้อมไม่เท่ากัน จึงมีแนวคิดทำแพลตฟอร์มกลาง ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียงแลทรทัศน์ (กสทช.) ที่ดูแลด้านกิจการโทรทัศน์ ได้ออกมาเร่งรัดให้คณะกรรมการ กสทช. เร่งพิจารณาแนวทางจัดตั้ง “แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ” (National Streaming Platform) อย่างจริงจัง เพื่อเป็น “ศูนย์กลาง” ของการรับชมรายการสดจากทุกช่องโทรทัศน์ดิจิทัลในประเทศไทย แพลตฟอร์ม ที่เกิดขึ้นเป็น ระบบกลางที่เชื่อมโยงสตรีมมิ่งของทุกสถานีโทรทัศน์แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงคอนเทนต์จากทุกช่องได้ในที่เดียว ขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างระบบวัดเรตติ้งและรายได้โฆษณาแบบรวมศูนย์ ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางกลยุทธ์ของผู้ประกอบการโทรทัศน์ในอนาคต

โปรเจคนี้ ยังไม่ผ่านบอร์ด แม้จะเสอนเข้าพิจารณานานแล้ว แต่ยังโดนดอง คำตอบที่ได้จากบอร์ดคือ ใกล้แล้ว เรื่องแพลตฟอร์มยิ่งนานไป ก็ยิ่งใช้เวลามากขึ้น เพราะยังมีการบ้านอีกหลายอย่างที่ต้อง ขบคิด การบ้านสองข้อใหญ่ คือ จะออกแบบให้แพลตฟอร์ม เป็นแบบไหน และ จะสนับสนุน ช่องทีวี อย่างไร อันหลังนี้เป็นเรื่อง เงิน

ทางเลือกในการพัฒนา สร้างใหม่หรือใช้ของเดิมืจากการศึกษาขั้นต้น กสทช. เห็นว่ามีสองแนวทางหลักในการพัฒนาแพลตฟอร์มแห่งชาติ แนวทางที่ 1: สร้างแพลตฟอร์มใหม่โดยตรง ภายใต้งบประมาณราว 200 ล้านบาท จากกองทุน กสทช. แนวทางที่ 2: ใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่มีอยู่แล้วในตลาด เช่น AIS Play, TrueID หรือระบบของ ThaiPBS แล้วพัฒนาเสริมความสามารถให้เป็นระบบกลางในระดับประเทศ

ดร.พิรงรองชี้ว่า แนวทางหลังนี้อาจทำได้เร็วกว่า ผ่านการ ความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการโทรคมนาคม (Telcos) และ ผู้ประกอบการโทรทัศน์ดิจิทัล อาจอยู่ในรูปแบบการร่วมลงทุนและร่วมบริหาร นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดให้โครงการดังกล่าวถูกจัดอยู่ภายใต้กรอบ ภาระหน้าที่บริการสาธารณะ (USO – Universal Service Obligation) เพื่อให้แพลตฟอร์มนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในด้านการแพร่ภาพกระจายเสียง

ส่วนเรื่องการสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าโครงการ “จะเป็นอย่างไรมันก็ต้องจบประเด็นแรกก่อนคือ จะทำแบบไหนถึงจะรู้ว่าจะซัพพอร์ตยังไง อาจจะให้เข้าได้ทุกช่อง แล้วซัพพอร์ต ค่าใช้แพลตฟอร์ม โดยถ้าช่องไหนมีคอนเทนท์มาก ก็อาจจะต้องจ่ายเพิ่มเอง ตรงนี้เมื่อยังสรุปไม่ได้ ก็ต้องรอไปก่อน”

การสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมโทรทัศน์ สมาคมโทรทัศน์ดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ ADTEB เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ และต้องการให้การพัฒนาแพลตฟอร์มดำเนินไปภายใต้การสนับสนุนจากกองทุน กสทช.

แหล่งข่าวภายใน กสทช. ระบุว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวจะครอบคลุมทั้ง  โทรทัศน์แบบ Linear (ถ่ายทอดสด)         โทรทัศน์แบบ On-demand และระบบจัดการโฆษณาแบบรวมศูนย์โดย ผู้ประกอบการโทรทัศน์เดิมจะไม่ถูกกระทบ แต่ต้องเชื่อมต่อระบบสตรีมมิ่งของตนเข้ากับแพลตฟอร์มกลาง เพื่อสะท้อนข้อมูลผู้ชมและกิจกรรมทางธุรกิจจริงในตลาด 

สถานะของโครงการและอุปสรรคทางการบริหาร ฝ่ายวิศวกรรมและเทคโนโลยีการกระจายเสียงของ กสทช. ได้จัดทำ ขอบเขต TOR สำหรับการจ้างที่ปรึกษาเพื่อสร้างต้นแบบ (Prototype) เสร็จสิ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เรื่องนี้ยัง ไม่ได้รับการบรรจุเป็นวาระพิจารณาโดยประธานบอร์ด กสทช.หากได้รับความเห็นชอบ คาดว่า กสทช. จะเริ่มว่าจ้างที่ปรึกษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาต้นแบบทันที ที่ผ่านมา กสทช. ได้หารือกับหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว เช่น สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย (AAT) สมาคมโทรทัศน์ดิจิทัล (ADTEB) และผู้ผลิตสมาร์ตทีวี เพื่อกำหนดฟังก์ชันและโครงสร้างแพลตฟอร์มให้เหมาะสมกับตลาดไทย แหล่งข่าวอีกเช่นเคยบอกว่า เมื่อโครงการนี้รัน ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย หนึ่งปีครึ่ง จึงจะเห็นรูปร่าง ของแพลตฟอร์มนี้ 

สัญญาณการเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้ชม ข้อมูลจากบริษัท Nielsen ระบุว่า แม้การดูโทรทัศน์ยังคงเป็นกิจกรรมยอดนิยมของคนไทยในปี 2024 โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจถึง 57% ที่ยังรับชมโทรทัศน์ แต่พฤติกรรมการรับชมกำลังเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ปี 2023 ผู้ชม 63% ยังดูทีวีแบบออฟไลน์ (ผ่านจอทีวี) ปี 2024 ตัวเลขนี้ลดลงเหลือ 53% ขณะที่การดูผ่านระบบสตรีมมิ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่มีอัตราการรับชมแบบออนไลน์สูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างชัดเจน

โอกาสและความท้าทายโอกาส แพลตฟอร์มแห่งชาติจะช่วย “รวมศูนย์” การเข้าถึงคอนเทนต์ไทย ลดการกระจายตัวของผู้ชม และสร้างฐานข้อมูลเชิงลึกเพื่อประเมินมูลค่าโฆษณาได้แม่นยำขึ้น เป็นก้าวสำคัญสู่ “Digital Convergence” ที่เชื่อมโยงระหว่างโทรทัศน์และโทรคมนาคม

ความท้าทาย ความชัดเจนทางนโยบายของบอร์ด กสทช. ที่ยังไม่บรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระ การจัดสรรงบประมาณและโครงสร้างความร่วมมือระหว่างเอกชนกับรัฐ การรักษาความเป็นกลางและความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดโดยผู้เล่นรายใหญ่

จุดเปลี่ยนสู่อนาคตของโทรทัศน์ไทย “แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ” เป็นมากกว่าโครงการเทคโนโลยี — มันคือ จุดเปลี่ยนของระบบนิเวศสื่อโทรทัศน์ไทย ที่จะตัดสินว่าอุตสาหกรรมนี้จะสามารถปรับตัวให้เท่าทันพฤติกรรมผู้ชมยุคใหม่ได้หรือไม่ หลังปี 2029 ซึ่งเป็นปีสิ้นสุดใบอนุญาตโทรทัศน์ดิจิทัลชุดปัจจุบัน หากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง มันอาจกลายเป็น “เส้นทางใหม่” ของโทรทัศน์ไทย ที่หลอมรวมโลกของ “Broadcast” และ “Online Streaming” เข้าด้วยกันอย่างแท้จริง — พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ “ดูทีวีไทย…ที่ไหนก็ได้ ทุกเวลา ในแพลตฟอร์มเดียว”

ปีนี้ 2568 ถ้า อนุมัติภายใน สิ้นปี กลางปี 2570 คงได้เห็น หรือ ถ้า “ใกล้แล้ว ๆ “ คือรอ ถึงปี  2569 ก็จะ …. ธุรกิจทีวีดิจิทัล กำลังรวยริน จากจำนวนคนดู รายได้โฆษณา ที่ลดลง แพลตฟอร์มคือทางออกหนึ่ง มันก็เหมือน คนป่วย แต่หมอไม่มี รอไปอีกสักพัก หมอจะมา ผ่าแล้ว ยังไม่รู้ว่า จะเป็นยังไง อายุใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะหมด 2572 แต่อายุของบอร์ด ชุดนี้ จะสิ้นปี ปี  2571 ถ้าปัญหานี้จะคาราคาซังไปจนถึงขนาดนั้น เพราะปัญหาทีวีดิจิตอลรอเวลาไม่ได้ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์