PDPC ชะลอสแกนม่านตา! ชี้ เป็นบททดสอบใหญ่ PDPA ไทย

5 ก.ย. 2568 - 13:56

  • PDPC ชี้ประเด็น ‘สแกนม่านตา’ บททดสอบใหญ่ PDPA ไทย

  • ยังห่วงข้อมูลชีวมิติรั่ว เสี่ยงละเมิดสิทธิประชาชน และบริษัทยังไม่ชัดเจนเรื่องการลบ-ทำลายข้อมูล

  • สั่งชะลอการสแกน รอพิสูจน์ความโปร่งใสต่อสังคม

PDPC ชะลอสแกนม่านตา! ชี้ เป็นบททดสอบใหญ่ PDPA ไทย

กรณีโครงการ “สแกนม่านตาเพื่อรับสินทรัพย์ดิจิทัล” กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม หลังมีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรม จนเกิดคำถามด้านความปลอดภัยของ ข้อมูลชีวมิติ (Biometric Data) โดยเฉพาะ ‘ม่านตา’ ซึ่งจัดเป็น ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวขั้นสูง ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

‘สแกนม่านตา’บททดสอบใหญ่ PDPA ไทย-ดิจิทัลอีโคโนมี

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์นี้เป็น ‘หมุดหมายสำคัญ’ ที่จะทดสอบความสามารถของ PDPA ไทย ว่าสามารถสร้างสมดุลระหว่าง สิทธิส่วนบุคคลกับนวัตกรรมดิจิทัล ได้จริงหรือไม่ โดย PDPC ได้เร่งหารือร่วมกับ ก.ล.ต., สอท., ปอท., กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค และภาคเอกชน เพื่อสกัดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว

ที่ประชุมมีข้อสรุปสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

1. การจัดเก็บและทำลายข้อมูล - ต้องพิสูจน์ได้ว่ามีกระบวนการลบข้อมูลม่านตาทันทีหลังหมดวัตถุประสงค์ พร้อมหลักฐานยืนยัน
2. ควบคุมการรับจ้างสแกนม่านตา - เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ และให้ส่งข้อมูลประกอบการตรวจสอบ
3. ความปลอดภัยและความยินยอม - บริษัทต้องชี้แจงขั้นตอนการทำงาน การเข้ารหัส และแจ้งวัตถุประสงค์การใช้อย่างโปร่งใส

pdpc-iris-scan-test-pdpa-thailand-SPACEBAR-Photo01.jpg

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทผู้ให้บริการยังไม่สามารถแสดงหลักฐานการทำลายข้อมูลได้ชัดเจน จึงประกาศ ชะลอการสแกนม่านตา ไว้ก่อน จนกว่าจะพิสูจน์ความโปร่งใสต่อสาธารณชน

“เทคโนโลยีชีวมิติต้องไม่ถูกนำมาใช้ละเมิดสิทธิประชาชน ทุกการเก็บข้อมูลต้องอยู่บนพื้นฐานของความยินยอมจริง”

พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าว

พร้อมย้ำว่า กรณีนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการกำกับดูแล Digital ID, AI-based KYC และ Blockchain Identity ซึ่งกำลังขยายตัวในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า ‘สแกนม่านตา’ ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง ความท้าทายด้านความเชื่อมั่น ของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ว่าจะสามารถเติบโตอย่างมั่นคงได้ ก็ต่อเมื่อสร้างสมดุลระหว่าง การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค และ การผลักดันนวัตกรรมใหม่ ไปพร้อมกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์