นับหนึ่งแลนด์บริดจ์ "พิพัฒน์" ชง ครม.สานต่อ

25 เม.ย. 2569 - 12:40

  • เหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซอาจจะมีปัญหาในอนาคต ควรเป็นโอกาสของประเทศไทยในการสร้างท่าเรือสองฝั่งทะเล

  • โครงการคาดว่าจะเริ่มภายในปีนี้ โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว

  • เบื้องต้นตั้งงบประมาณไว้ 1 ล้านล้านบาท โดยประเทศไทยไม่ได้ลงทุน แต่จะให้แค่สัมปทานจัดสรรที่ดินอย่างเดียว

นับหนึ่งแลนด์บริดจ์ "พิพัฒน์" ชง ครม.สานต่อ

นับหนึ่งแลนด์บริดจ์ "พิพัฒน์" ชง ครม.สานต่อ

พิพัฒน์ เตรียมชง โครงการแลนด์บริดจ​ มิ.ย.-ก.ค.นี้ มูลค่า 1 ล้านล้าน คว้าโอกาสวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ แจงรัฐไม่ได้ออกเงินให้แค่สัมปทานที่ดินลงทุนพร้อมเคลียร์ใจ ปชช. ปมผลกระทบสิ่งแวดล้อม

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีความเห็นถึงโครงการแลนด์บริดจ์ควรจะใว่าห้มีการขับเคลื่อนโครงการนี้ ว่า เหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซอาจจะมีปัญหาในอนาคต ดังนั้นควรเป็นโอกาสของประเทศไทยในการสร้างท่าเรือสองฝั่งทะเล ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยเพื่อเป็นการเชื่อมโลกทั้งสองฝั่งมหาสมุทร

ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่า จะไม่ได้ประโยชน์เพราะการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ขึ้นๆลงๆทำให้เสียเวลา ก็ขอให้ไปช่วยกันหาข้อมูลมาว่าจริงหรือไม่ แต่จากที่ตนหาข้อมูลเรือที่ขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นสินค้าถ่ายลำ ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่การนำสินค้าจากประเทศหนึ่งไปสู่ปลายทางทั้งหมด 100% แต่เป็นการรวมสินค้าจากแต่ละท่าเรือ และทำการถ่ายลำแยกสินค้าเพื่อไปประเทศต่างๆ ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้ประโยชน์เรื่องเวลาจากการขนถ่ายแลนด์บริดจ์ หากเขาถ่ายสินค้าที่ชายฝั่งไทย เขาก็ต้องไปถ่ายสินค้าที่สิงคโปร์ด้วย ซึ่งขณะนี้เรากำลังเชิญชวนให้มีการนำสินค้าถ่ายลำเข้ามามากขึ้น

โครงการนี้จะเริ่มภายในปีนี้ โดยขณะนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว และตนจะไปลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนจะเริ่มสร้างที่จุดใดนั้นเราต้องสอบถามผู้ลงทุนก่อน โดยจะเป็นการเรียกประมูลทั้งต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งเราจะให้โอกาสเท่ากัน แต่ก็อยู่ที่เขาจะไปลงทุนในจุดใดก่อน ซึ่งก่อนจะดำเนินการในเรื่องนี้ก็ต้องขอมติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่าโครงการนี้น่าจะขับเคลื่อนช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะเร่งนับหนึ่งให้ได้ภายในปีนี้ เบื้องต้นตั้งงบประมาณไว้ 1 ล้านล้านบาท โดยประเทศไทยไม่ได้ลงทุน แต่จะให้แค่สัมปทานจัดสรรที่ดินอย่างเดียวแล้วให้เอกชนเข้ามาลงทุน

ก่อนดำเนินการจะต้องทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ต้องไปเจรจากับคนในพื้นที่ว่าสิ่งที่เขาต่อต้านเป็นข้อมูลที่แท้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ เราก็ต้องไปชี้แจงว่าข้อมูลที่เขาได้รับอาจจะไม่ใช่ NGO เขาก็ตั้งท่าอยู่แล้ว โดยตนจะลงพื้นที่เพื่อดูแลนด์บริดจ์ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ และจะเปิดให้นักลงทุนเริ่มลงทุนในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์