ปลานิลสายน้ำไหลเบตง ขึ้น GI ดันวัตถุดิบพรีเมียมชายแดนใต้

10 ก.พ. 2569 - 11:18

  • GI รายการที่ 6 ของยะลา ตอกย้ำคุณภาพจากสันกาลาคีรี

  • เนื้อแน่น หวาน สะอาด ถึงขั้นทำซาชิมิได้

  • ต่อยอดท่องเที่ยวเชิงอาหาร สร้างมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน

ปลานิลสายน้ำไหลเบตง ขึ้น GI ดันวัตถุดิบพรีเมียมชายแดนใต้

ชาวยะลาเฮ! ‘ปลานิลสายน้ำไหลเบตง’ ขึ้นแท่น GI รายการที่ 6
ดันวัตถุดิบพรีเมียมจากสันกาลาคีรี หนุนท่องเที่ยวเชิงอาหาร สร้างมูลค่าเศรษฐกิจชายแดนใต้

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียน ‘ปลานิลสายน้ำไหลเบตง’ เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการที่ 6 ของจังหวัดยะลา ตอกย้ำคุณภาพโดดเด่นในฐานะวัตถุดิบพรีเมียมจากแหล่งน้ำธรรมชาติบนเทือกเขาสันกาลาคีรี พร้อมเดินหน้าต่อยอดสู่ “การท่องเที่ยวเชิงอาหาร” ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนชายแดนใต้อย่างต่อเนื่อง

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปลานิลสายน้ำไหลเบตงมีเอกลักษณ์แตกต่างจากปลานิลทั่วไปอย่างชัดเจน จากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่แหล่งผลิตในเขตเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งมีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทั้งสองด้าน ส่งผลให้อากาศเย็นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ย 27.5–28.5 องศาเซลเซียส มีหมอกและฝนตกชุก ขณะที่สายน้ำจากลำธารธรรมชาติไหลเวียนตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้น้ำมีออกซิเจนสูง

pla-nil-betong-gi-yala-SPACEBAR-Photo01.jpg

เกษตรกรในพื้นที่ได้นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ด้วยการผันน้ำจากลำธารเข้าสู่บ่อเลี้ยงแบบสายน้ำไหล ผสานการคัดเลือกและแปลงเพศปลาให้เป็นเพศผู้ล้วน เพื่อควบคุมคุณภาพและการเจริญเติบโต ส่งผลให้ปลานิลมีเนื้อแน่น เด้ง มีไขมันแทรกเล็กน้อย รสชาติหวานตามธรรมชาติ สะอาด ปราศจากกลิ่นโคลน และมีกลิ่นคาวน้อย จนสามารถนำมารังสรรค์เป็นเมนูซาชิมิได้

สำหรับลักษณะเด่นของปลานิลสายน้ำไหลเบตง ส่วนหัวมีขนาดเล็ก ลำตัวแบนข้าง ขนาดตัวใหญ่ เนื้อสันหลังหนา น้ำหนักเฉลี่ยตั้งแต่ 1 กิโลกรัมขึ้นไป โดยปลาที่เลี้ยงเพื่อการประกวดอาจมีน้ำหนักมากกว่า 9 กิโลกรัม ด้วยคุณภาพที่เป็นที่ยอมรับ ร้านอาหารและภัตตาคารจำนวนมากจึงนิยมนำไปประกอบอาหารหลากหลายเมนู สร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

pla-nil-betong-gi-yala-SPACEBAR-Photo02.jpg

ปัจจุบัน ปลานิลสายน้ำไหลเบตงมีปริมาณการผลิตประมาณ 163,000 กิโลกรัมต่อปี ราคาจำหน่ายเฉลี่ย 120 บาทต่อกิโลกรัม สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดยะลากว่า 19 ล้านบาทต่อปี

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุเพิ่มเติมว่า การขึ้นทะเบียน GI จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค เป็นหลักประกันว่าสินค้ามาจากแหล่งผลิตแท้จริง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดให้กับกลุ่มเกษตรกร โดยปลานิลสายน้ำไหลเบตงนับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดยะลา ต่อจาก กล้วยหินบันนังสตา ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา ส้มโชกุนเบตง มังคุดในสายหมอกเบตง และไก่เบตงยะลา

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมผลักดันสินค้า GI ทั้ง 6 รายการของจังหวัดยะลา สู่การต่อยอดมูลค่าเพิ่มผ่านเส้นทาง “การท่องเที่ยวเชิงอาหาร” (Gastronomy Tourism) เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติและคุณภาพสินค้า GI จากแหล่งผลิตจริง ควบคู่การส่งเสริมให้เป็นวัตถุดิบของร้านอาหารระดับ Fine Dining เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวอัตลักษณ์สินค้า GI ไทยสู่สายตานักชิมทั่วโลก อันจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างยั่งยืน

pla-nil-betong-gi-yala-SPACEBAR-Photo03.jpg
pla-nil-betong-gi-yala-SPACEBAR-Photo04.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์