อีกแล้ว สไตล์นายกฯ CEO สั่ง สั่ง สั่ง แต่แค่คิดก็ผิดแล้ว

13 พ.ย. 2566 - 14:58

  • ทัวร์ลงยับ กรณีดึงตำรวจจีนลาดตระเวนเมืองท่องเที่ยวไทย

  • ระบุ อิตาลีเคยทำจริง แต่เลิกไป เพราะมีปัญหาโดนจีนสอดแนม

pm_settha_ceo_working_non_stop_travel_feral_pigs_truck_tributes_SPACEBAR_Hero_982d241b5f.jpg

อาจเป็นเพราะสไตล์การทำงานแบบ CEO ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ต้องรวดเร็ว และต้องการให้เป็นข่าว ก่อนเดินทางไปประชุมเอเปค หรือกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิค ที่สหรัฐฯ นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ก็เลยเรียก 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาคุยก่อนขึ้นเครื่อง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ในบทบาทฐานะนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการเร่งแก้ปัญหา ทั้งเรื่องท่องเที่ยว หมูเถื่อน และ ส่วยรถบรรทุก

แต่ความพยายามในการสร้างภาพลักษณ์ ทำงานตลอด 24 ชม.แบบ ‘นอนสต็อป’ ดังกล่าว ปรากฏว่า ในประเด็นเรื่องการท่องเที่ยว กลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อจู่ๆ นายกฯก็บังเกิดไอเดีย จะให้คุยกับจีน เกี่ยวกับ ‘โครงการตำรวจลาดตระเวน’ จากจีน ที่จะมาร่วมปฏิบัติการตามเมืองท่องเที่ยวทั้งเมืองหลัก เมืองรอง ของไทย ที่ทำเอาเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบตามมาทันที เพราะเปรียบเสมือนไทยยอมเสียบูรณภาพแห่งดินแดนให้ตำรวจจีนเข้ามามีอำนาจตามกฎหมายในเมืองไทย และที่สำคัญอาจจะกลายเป็นกรณีตัวอย่างที่ทำให้ประเทศอื่นเรียกร้องแบบเดียวกัน

พลันที่มีกระแสด้านลบออกมาจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะจากสื่อมวลชนรุ่นใหญ่ ทั้งสุทธิชัย หยุ่น และ โรจน์ งามแม้น (เปลว สีเงิน) ก็เป็นอีกครั้ง ที่โฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี ชัย วัชรงค์ ต้องออกมาแก้ข่าว โดยระบุว่าข่าวคลาดเคลื่อน ไม่ตรงข้อเท็จจริง นายกฯเพียงแต่ต้องการประสานงานให้ ตำรวจจีนมาร่วมทำงาน และให้เบาะแสเพื่อช่วยตำรวจไทยสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แต่ถ้าลองย้อนกลับไปดูการนำเสนอข่าวในเรื่องนี้ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นคนแถลงภายหลังการประชุมร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยระบุชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญ กับเรื่องความปลอดภัย คุณภาพสินค้า และการบริหารที่จะให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างประสบการณ์ให้กับนักท่องเที่ยวในการอยู่ที่ประเทศไทย

เฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องความปลอดภัย ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวทำงานร่วมกับ ททท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเน้นในส่วนของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจะมีการพูดคุยกับตัวแทนของสถานทูตจีน ในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ เกี่ยวกับโครงการลาดตระเวน ที่จะเอาตำรวจจากประเทศจีนมาลาดตระเวนในประเทศไทยตามเมืองท่องเที่ยว ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง เหมือนกับที่เคยประสบความสำเร็จที่ประเทศอิตาลี แต่ยังไม่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนและเมือง เมื่อโครงการนี้ออกมาจะทำให้เห็นความพร้อมในการยกระดับรับนักท่องเที่ยวในเรื่องความปลอดภัย และมั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยทำให้ตัวเลขการท่องเที่ยวจีนช่วง 2 เดือนสุดท้าย เป็นไปตามเป้าเดิม ที่กำหนดไว้ที่ 4.0-4.4 ล้านคน

เมื่อถามว่า มีเหตุผลความจำเป็นอะไรที่ต้องให้ตำรวจจีนเข้ามาประเทศไทย น.ส.ฐาปนีย์กล่าวว่า เราต้องการให้ตำรวจจีนเห็นการทำงานของประเทศไทย ว่าเรายกระดับเรื่องความปลอดภัยอย่างไรบ้าง ให้เขาเป็นกระบอกเสียงส่งต่อให้กับนักท่องเที่ยวจีน เพราะคนจีนกลัวตำรวจมาก ถ้าตำรวจของเขามาแสดงความมั่นใจในเมืองไทย ก็จะช่วยยกระดับความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวจีนอีกขั้นหนึ่ง

หลังจากมีข่าวดังกล่าวออกมา  สุทธิชัย หยุ่น ก็ได้โพสต์ข้อความลงใน เฟซบุ๊ค จี้ทีมงานเศรษฐา ทำการบ้านด่วน ปมจะเอาตำรวจจีนมาลาดตระเวน โดยยกกรณีศึกษาที่อิตาลีว่าไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่นายกฯเข้าใจ แต่โครงการดังกล่าว เกิดปัญหาหลายอย่างจนต้องยกเลิกไปในที่สุด และอัดกลับโฆษกรัฐบาลที่กล่าวหาว่าข่าวคลาดเคลื่อนให้ไปฟังที่ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเคยให้สัมภาษณ์

ในขณะที่ เปลว สีเงิน โพสต์ข้อความว่า อัดแนวคิดดังกล่าวว่า เลอะเทอะไปปกันใหญ่ และฝากถามนายกฯ ว่า รู้จักคำว่า ‘บูรณภาพแห่งดินแดน’ มั๊ย 

ขณะเดียวกัน แม้แต่ภาคเอกชนที่อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยว นายรณรงค์ ชีวินสิริอำนวย นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน ก็แสดงความไม่เห็นด้วย เพราะหากทำเช่นนั้นจริง ก็เหมือนเป็นการดิสเครดิต ตำรวจไทย ว่าไร้ศักยภาพในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และจะดูจะเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ในเชิงลบว่าประเทศไทยมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย   

สำหรับกรณีที่มีการอ้างถึง ความสำเร็จของโครงการตำรวจลาดตระเวนที่อิตาลีนั้น เคยทดลองนำมาใช้จริง  แต่ต่อมาเกิดปัญหาสืบเนื่องหลายประการ กระทั่งต้องยกเลิกไปในที่สุด

ทั้งนี้ รัฐบาลอิตาลีเคยทดลองทำโครงการนี้ เมื่อปี 2015 โดยเรียกว่าสถานีบริการ สำหรับนักท่องเที่ยวจีน โดยเป็นข้อตกลงนะหว่างสองประเทศคือ จีน และอิตาลี โดยเปิดทางให้มีการนำตำรวจจีนมาให้บริการกับนักท่องเที่ยว ในโรม มิลาน เนเปิล แหล่งท่องเที่ยวเมืองหลักอีกหลายแห่ง แต่ต้องเลิกไปในช่วงเกิดโรคระบาด โควิด-19 

ขณะเดียวกันตามรายงานของ เซฟการ์ด ดีเฟนเดอร์ส (Safeguard Defenders) หรือ ‘องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนในสเปน’ มีการออกมาระบุว่า ตำรวจจีนถูกส่งไปต่างแดน มีภารกิจหลักที่ไม่เปิดเผย คือ การสอดแนมหาข่าว และตามจับตัวกลุ่มคนที่ทางการจีนตามตัวอยู่ที่มีทั้ง บรรดานักเคลื่อนไหวทางการเมือง และอาชญากร ที่ทำให้ทางการเสปนไม่พอใจ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์