จากใต้ดินสู่ยอดกังหันลม ชีวิตใหม่คนงานเหมืองโปแลนด์

17 ก.ค. 2569 - 13:18

  • EDF Power Solutions Poland จัดโครงการฝึกอบรมคนงานเหมืองให้เปลี่ยนมาทำงานในอุตสาหกรรมกังหันลม โดยผู้เข้าร่วมกว่า 50 คนล้วนได้รับข้อเสนองานทั้งหมด

  • ถ่านหินยังคงผลิตไฟฟ้าราว 50% ในโปแลนด์ แต่รัฐบาลตั้งเป้าให้พลังงานหมุนเวียนแตะ 50% ภายในปี 2030 และสูงถึง 69% ในปี 2040

  • ภาคเหมืองถ่านหินโปแลนด์มีแรงงานเหลือเพียง 70,000 คน จากเกือบ 400,000 คนในยุคหลังคอมมิวนิสต์ ขณะที่คาดว่าจะเกิดงานใหม่จากการเปลี่ยนผ่านพลังงานราว 300,000 ตำแหน่งภายในปี 2030

จากใต้ดินสู่ยอดกังหันลม ชีวิตใหม่คนงานเหมืองโปแลนด์

คนงานเหมืองโปแลนด์ เปลี่ยนอาชีพสู่ช่างกังหันลม สะท้อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่มาพร้อมโอกาสใหม่

การเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานสะอาด ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแหล่งผลิตไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในประเทศที่พึ่งพาอุตสาหกรรมถ่านหินมาอย่างยาวนานอย่าง โปแลนด์

หนึ่งในภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้คือ กแชกอช วิเต็ก อดีตคนงานเหมืองถ่านหินจากแคว้นไซลีเซีย ทางตอนใต้ของประเทศ ที่ใช้เวลากว่า 14 ปี ทำงานใต้ดิน ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมเพื่อเปลี่ยนอาชีพเป็นช่างซ่อมบำรุงกังหันลม

จากเดิมที่เคยทำงานท่ามกลางความมืดใต้ดิน วันนี้เขากลับต้องขึ้นไปทำงานบนกังหันลมสูงเกือบ 100 เมตร ในเมืองกอร์ซีตซา ทางตะวันตกของโปแลนด์

วิเต็กกล่าวว่า การทำงานใต้ดินแทบไม่เห็นโลกภายนอก ไม่มีแสงแดด แต่การได้ทำงานบนกังหันลมเปรียบเสมือนการก้าวไปสู่อนาคตอีกขั้นของชีวิต

การเปลี่ยนอาชีพครั้งนี้เกิดขึ้นผ่านโครงการของ EDF Power Solutions Poland ซึ่งจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือแรงงานในอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินให้สามารถย้ายเข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนที่กำลังเติบโต

ผู้เข้าร่วมโครงการต้องผ่านการอบรมด้านการบำรุงรักษาและมาตรฐานความปลอดภัยเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ที่ศูนย์ฝึกวัลแคน เมืองชแชตชิน ก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริง

มิฮาล ราค ผู้ฝึกสอนของโครงการ กล่าวว่า คนงานเหมืองมีพื้นฐานที่เหมาะกับงานประเภทนี้ เพราะคุ้นเคยกับการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง มีวินัย และปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ทำให้สามารถปรับตัวเข้าสู่งานด้านกังหันลมได้ไม่ยาก

จากประเทศถ่านหิน สู่ยุคพลังงานหมุนเวียน

แม้ปัจจุบันโปแลนด์ยังใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าประมาณ 50% ของกำลังผลิตทั้งหมด ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในสหภาพยุโรป แต่ตัวเลขดังกล่าวลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2551 ที่ถ่านหินเคยมีสัดส่วนสูงถึง 90%

รัฐบาลโปแลนด์ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 50% ภายในปี 2573 และเพิ่มเป็น 69% ภายในปี 2583 เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของยุโรป

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวทำให้ความต้องการแรงงานในภาคพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมมากกว่า 50 คน ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ต่างได้รับข้อเสนองานทั้งหมด สะท้อนว่าตลาดแรงงานด้านพลังงานหมุนเวียนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ปัตรีก ปายา วัย 29 ปี หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินในโปแลนด์กำลังหดตัว หากต้องการมีอนาคตในการทำงาน ก็จำเป็นต้องปรับตัว

"แทนที่จะลงไปทำงานใต้ดินเหมือนที่ผ่านมา วันนี้เรากำลังขึ้นไปทำงานบนที่สูงแทน"

บทเรียนที่มากกว่าพลังงาน

กรณีของโปแลนด์สะท้อนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจะเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่น ไม่ได้อาศัยเพียงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหรือเทคโนโลยี แต่ต้องควบคู่กับการลงทุนใน "คน" ผ่านการยกระดับทักษะแรงงาน (Reskilling) เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเดิม สามารถก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างมั่นคง

แนวทางดังกล่าวกำลังถูกจับตามองในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและอาจเผชิญโจทย์การปรับตัวของแรงงานในอุตสาหกรรมพลังงานเช่นเดียวกัน

Poland's coal mining sector is now surviving on life support as the country slowly transitions to cleaner energy sources
Poland's coal mining sector is now surviving on life support as the country slowly transitions to cleaner energy sources
Poland is aiming to increase output of renewable energies
Poland is aiming to increase output of renewable energies

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์