คนงานเหมืองโปแลนด์ เปลี่ยนอาชีพสู่ช่างกังหันลม สะท้อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่มาพร้อมโอกาสใหม่
การเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานสะอาด ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแหล่งผลิตไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในประเทศที่พึ่งพาอุตสาหกรรมถ่านหินมาอย่างยาวนานอย่าง โปแลนด์
หนึ่งในภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้คือ กแชกอช วิเต็ก อดีตคนงานเหมืองถ่านหินจากแคว้นไซลีเซีย ทางตอนใต้ของประเทศ ที่ใช้เวลากว่า 14 ปี ทำงานใต้ดิน ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมเพื่อเปลี่ยนอาชีพเป็นช่างซ่อมบำรุงกังหันลม
จากเดิมที่เคยทำงานท่ามกลางความมืดใต้ดิน วันนี้เขากลับต้องขึ้นไปทำงานบนกังหันลมสูงเกือบ 100 เมตร ในเมืองกอร์ซีตซา ทางตะวันตกของโปแลนด์
วิเต็กกล่าวว่า การทำงานใต้ดินแทบไม่เห็นโลกภายนอก ไม่มีแสงแดด แต่การได้ทำงานบนกังหันลมเปรียบเสมือนการก้าวไปสู่อนาคตอีกขั้นของชีวิต
การเปลี่ยนอาชีพครั้งนี้เกิดขึ้นผ่านโครงการของ EDF Power Solutions Poland ซึ่งจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือแรงงานในอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินให้สามารถย้ายเข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนที่กำลังเติบโต
ผู้เข้าร่วมโครงการต้องผ่านการอบรมด้านการบำรุงรักษาและมาตรฐานความปลอดภัยเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ที่ศูนย์ฝึกวัลแคน เมืองชแชตชิน ก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริง
มิฮาล ราค ผู้ฝึกสอนของโครงการ กล่าวว่า คนงานเหมืองมีพื้นฐานที่เหมาะกับงานประเภทนี้ เพราะคุ้นเคยกับการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง มีวินัย และปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ทำให้สามารถปรับตัวเข้าสู่งานด้านกังหันลมได้ไม่ยาก
จากประเทศถ่านหิน สู่ยุคพลังงานหมุนเวียน
แม้ปัจจุบันโปแลนด์ยังใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าประมาณ 50% ของกำลังผลิตทั้งหมด ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในสหภาพยุโรป แต่ตัวเลขดังกล่าวลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2551 ที่ถ่านหินเคยมีสัดส่วนสูงถึง 90%
รัฐบาลโปแลนด์ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 50% ภายในปี 2573 และเพิ่มเป็น 69% ภายในปี 2583 เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของยุโรป
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวทำให้ความต้องการแรงงานในภาคพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมมากกว่า 50 คน ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ต่างได้รับข้อเสนองานทั้งหมด สะท้อนว่าตลาดแรงงานด้านพลังงานหมุนเวียนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ปัตรีก ปายา วัย 29 ปี หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินในโปแลนด์กำลังหดตัว หากต้องการมีอนาคตในการทำงาน ก็จำเป็นต้องปรับตัว
"แทนที่จะลงไปทำงานใต้ดินเหมือนที่ผ่านมา วันนี้เรากำลังขึ้นไปทำงานบนที่สูงแทน"
บทเรียนที่มากกว่าพลังงาน
กรณีของโปแลนด์สะท้อนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจะเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่น ไม่ได้อาศัยเพียงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหรือเทคโนโลยี แต่ต้องควบคู่กับการลงทุนใน "คน" ผ่านการยกระดับทักษะแรงงาน (Reskilling) เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเดิม สามารถก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างมั่นคง
แนวทางดังกล่าวกำลังถูกจับตามองในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและอาจเผชิญโจทย์การปรับตัวของแรงงานในอุตสาหกรรมพลังงานเช่นเดียวกัน






