ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลกที่ยังคงกดดันต้นทุนเศรษฐกิจในหลายประเทศ ‘การประหยัดพลังงาน’ ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่กลายเป็นกลไกสำคัญในการรับมือวิกฤตอย่างยั่งยืน ล่าสุด กลุ่ม บริษัท ปตท. เดินหน้าร่วมขับเคลื่อนมาตรการอนุรักษ์พลังงานในทุกมิติ ทั้งภายในองค์กรและการส่งต่อสู่ภาคอุตสาหกรรมและประชาชน
ภายใต้กิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2” ซึ่งได้รับเกียรติจาก อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหารภาครัฐและหน่วยงานด้านพลังงาน การขับเคลื่อนครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือเชิงนโยบายและภาคปฏิบัติ เพื่อสร้าง ‘วินัยพลังงาน’ ในระดับประเทศ

บัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติของ ปตท. ระบุว่า กลุ่ม ปตท. ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสีย และยกระดับเครื่องจักรให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยบริหารจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ
หนึ่งในหัวใจสำคัญคือการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล ‘PTT Energy Platform’ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามและวิเคราะห์การใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังต่อยอดสู่การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม สอดรับกับทิศทางพลังงานโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน
ในระดับปฏิบัติการปตท. ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนอุปกรณ์เป็นแบบประหยัดพลังงาน การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงการปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานในองค์กร เช่น ปิดไฟในพื้นที่ที่ไม่ใช้งาน ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส ส่งเสริมการทำงานแบบ Work From Home และลดการเดินทางที่ไม่จำเป็นโดยเน้นการประชุมออนไลน์เป็นหลัก

ขณะเดียวกัน ในส่วนของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ได้ต่อยอดมาตรการสู่ภาคประชาชน ผ่านการรณรงค์ให้นำรถยนต์เข้าตรวจเช็กสภาพฟรีกว่า 35 รายการที่ศูนย์บริการ FIT Auto เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ลดการใช้เชื้อเพลิง และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว

การขับเคลื่อนของกลุ่ม ปตท. ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการปรับตัวรับมือวิกฤตพลังงานโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสู่ระบบพลังงานที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืนในระยะยาว สะท้อนบทบาทขององค์กรพลังงานไทยในการรักษาสมดุลระหว่าง ‘ความมั่นคงทางพลังงาน’ และ ‘ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม’ อย่างเป็นรูปธรรม







