นักกฎหมายชี้ ประธาน กสทช.ปฏิบัติหน้าที่ต่อ เสี่ยงเกิดความเสียหาย

19 ก.ย. 2569 - 12:45

  • จนกว่า ศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้นจะมีคำวินิจฉัยเพิกถอนคำสั่งหรือคำวินิจฉัยคือมีคำสั่งทุเลาการบังคับ

  • กรณีนี้ยังไม่มีการทุเลาการบังคับ จึงต้องถือว่า นพ.สรณ ไม่มีสถานะเป็นประธานกสทช.และกรรมการกสทช. ตามผลแห่งคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา 

  • ตามข้อกฎหมาย เมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานกสทช.  กรรมการสองท่าน  สามารถเข้าชื่อเรียกประชุมคณะกรรมการเองได้ โดยเลขานุการที่ประชุมจะต้องดำเนินการ

นักกฎหมายชี้ ประธาน กสทช.ปฏิบัติหน้าที่ต่อ เสี่ยงเกิดความเสียหาย

นักกฎหมายเตือน ประธาน กสทช.ปฏิบัติหน้าที่ต่อ เสี่ยงเกิดความเสียหาย

การเสวนา ทางรอดกสทช. สู่การขับเคลื่อนนิเวศสื่อและโทรคมนาคม  จัดโดยคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายนักวิชาการ  รศ.ดร.ณรงค์เดช สรุโฆษิต อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน กล่าวว่า

คำสั่งทางปกครอง เช่น คำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา กสทช. จะมีผลใช้ยันผู้เกี่ยวข้อง กรณีนี้คือ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีผลตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งเป็นต้นไป เมื่อมีการฟ้องคดีในศาลปกครองแล้วแสดงว่าท่านได้รับคำสั่งทางปกครองแล้ว คำสั่งทางปกครองจะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าชอบด้วยกฎหมายเสมอ และมีผลบังคับต่อไปเรื่อยๆ จนกว่า ศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้นจะมีคำวินิจฉัยเพิกถอนคำสั่งหรือคำวินิจฉัยคือมีคำสั่งทุเลาการบังคับ กรณีนี้ยังไม่มีการทุเลาการบังคับ จึงต้องถือว่า นพ.สรณ ไม่มีสถานะเป็นประธานกสทช.และกรรมการกสทช. ตามผลแห่งคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา 

“เมื่อไม่ได้ดำรงตำแหน่งก็ไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ การที่นพ.สรณปฎิบัติหน้าที่ไปในเวลระหว่างนี้จึงเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยไม่มีตำแหน่ง ถือเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สุ่มเสี่ยงหามีเจตนาพิเศษที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อผู้หนึ่งผู้ใด หรือมีเจตนาทุจริต เสี่ยงที่จะมีความผิดอาญาได้ ”

หากวันใดศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับ นพ.สรณจะสามารถกลับมามีสถานะกรรมการกสทช. และประธานกสทช.ใหม่อีกครั้งในช่วงนี้กรรมการ กสทช.ที่มีอยู่ 6 ท่าน สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ โดยสามารถเลือกรรมการท่านใดท่านหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม หรือ แม้แต่จะตั้งเป็นรักษาการ ประธานกสทช.ก็ได้ 

ในอนาคตแม้ศาลปกครองเพิกถอนคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา สิ่งที่กรรมการกสทช.กระทำลงในระหว่างนี้ ย่อมมีผลผลสมบรูณ์ตามกฎหมาย จะไม่มีผลกระทบจากผลของคำพิพากษาในอนาคต 

“ หากยินยอมให้ นพ.สรณ ยังทำหน้าที่ประธานกสทช. ต่อไป จะส่งผลต่อ ความสมบรูณ์ของการกระทำและการใช้อำนาจของกรรมการกสทช. เพราะเป็นการยินยอมให้บุคคลที่ไม่มีสถานะเป็นกสทช.มาร่วมคิด ร่วมใช้อำนาจ ของกสทช. ”

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน กล่าวอีกว่า เมื่อสอบทานกฎหมายกว่า 30 ฉบับ มีบทบัญญัติที่กำหนดที่มีเหตุผลความจำเป็นหรือข้อขัดข้อง กรณีนี้ คือ ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานกสทช.  กรรมการสองท่าน  สามารถเข้าชื่อเรียกประชุมคณะกรรมการเองได้ โดยเลขานุการที่ประชุมจะต้องดำเนินการ โดยให้เชิญกรรมการทั้งหมดมาประชุมแล้วแจ้งต่อสำนักงานกสทช. 

วาระแรกที่ต้องกระทำคือการแต่งตั้งบุคคลมาดำรงตำแหน่งกรรมการ ประธาน กสทช.  กรรมการกสทช. ในปัจจุบัน มีอำนาจสามารถเรียกประชุมได้ ในอนาคตหากมีคำสั่งศาลปกครองเพิกถอนคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา กสทช. การดำเนินการของกสทช.ก็จะไม่เสียไป ตามนัยยะแห่งมาตรา  19 ของพ.ร.บ.วิธีบริหารราชการทางปกครอง  เทียบเคียงมาตรา 15 วรรค 3  แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ถือเป็นหลักกฎหมายทั่วไปที่สามารถบังคับใช้ได้ 

#ศาลปกครอง #ประธานกสทช #คำวินิจฉัย #กรรมการสรรหา #BUSINESS #SPACEBAR

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์