ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อํานวยการสถาบัน ไอเอ็มซี ผู้เกาะติดพัฒนาการและการเติบโตของ AI โพสต์ตั้งคำถามถึงผลลัพธ์ของข้อเสนอโครงการ TH-AI Passport ระบุว่า “จากข้อเสนอโครงการ จะเกิดการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการเข้าถึงบริการปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) รวมมูลค่าประมาณ 36,000,000,000 บาท คำนวณจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรายเดือน 600 บาทต่อคน เป็นระยะเวลา 12 เดือน สำหรับผู้ใช้งาน 5,000,000 คน”
และใน TOR ของโครงการก็มีการระบุว่า “ สามารถเข้าใช้งานให้บริการระบบ Generative AI มีคุณสมบัติรุ่น Pro หรือรุ่น Premium หรือที่ปกติต้องมีการใช้เงินคิดค่าบริการสำหรับการใช้งาน อย่างน้อย 8 ผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อ”
ตัวเลข 600 บาทต่อคนต่อเดือนซึ่งปกติเป็นประมาณการค่าใช้จ่ายAI ที่คนทั่วไปจ่าย และข้อความที่เขียนใน TOR ทำให้เห็นค่อนข้างชัดเจนว่า วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ ต้องการให้คนไทยมีโปรแกรม Generative AI ที่มีความสามารถเทียบเท่ากับโปรแกรมอย่าง ChatGPT, Gemini, Claude หรืออื่นๆ ที่เราต้องเสียเงินในรุ่น Pro/Premium มาใช้ในเวลา 12 เดือน
คำถามที่น่าสนใจว่า ถ้าโปรแกรม TH-AI Passport ที่จะเปิดตัวให้เราใช้เร็วๆนี้มีความสามารถที่ด้อยกว่าโปรแกรมเหล่านั้นที่ปกติต้องจ่ายค่าบริการ เราจะถือว่าผลลัพธ์ของโปรแกรมตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่ และเราควรจะต้องจ่ายเงิน Pay per use ต่อหัวเพื่อใช้โปรแกรมนี้หรือไม่
“อย่างที่บอกครับวัตถุประสงค์ใน TOR นี้เขียนผิด เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะมีการส่งเสริมให้มี Top Frontier Model หลายตัวมาประมวลผลในประเทศ”
ในเมื่อโครงการขัดกับวัตถุประสงค์ และไม่ตรงกับผลลัพธ์ของโครงการตอนนำเสนอที่ระบุว่าจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายการใช้ Gen-AI คนละ 600 บาทต่อเดือน คือต้องมีความสามารถเทียบเท่ารุ่นที่เราต้องเสียค่าใช้จ่าย แล้วเราจะยอมเดินต่อแบบผิดๆ
ดีอีเดินหนาเต็มกำลังหลังบันทึกแนบท้ายพร้อม
พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ระบุว่า โครงกาจน่าจะเป็นไปตามที่ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี แถลงกำหนดเวลาไว้ การส่งเอกสารให้กรรมาธิการได้ให้ สดช.ดำเนินการแล้ว ที่เหลือคงเป็นการเตรียมความพร้อมในดำเนินกาได้ตามนโยบาย
“เรื่องเอกสารเราได้ส่งให้ตามที่เราพิจารณาเห็นควรว่าจะเป็นประโยชน์ โครงการรันมาตลอดไม่ได้หยุดเลย ชะลอเพียงแค่ส่วนที่ต้องตรวจสอบบันทึกแนบท้ายสัญญาเท่านั้น ”




