ถาม สสว. ปมโครงการ 495 ล้าน ทำไมใช้วิธีเลือกนอกระบบ เมิน e-Bidding

30 ก.ค. 2569 - 10:17

  • มีการตั้งคำถามถึง สสว. ในการใช้ระเบียบของกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแทนการดำเนินการภายใต้ระบบ e-Bidding

  • การประกาศผล สสว.ไม่ได้เปิดเผยคะแนนรวม คะแนนรายหัวข้อ เหตุผลประกอบการให้คะแนน หรือหลักเกณฑ์ย่อยที่ใช้ในการประเมิน ทำให้ผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าการตัดสินเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศไว้หรือไม่

  • มีการตั้งคำถาม สสว. ถึงมาตรฐานด้านความโปร่งใส การแข่งขันอย่างเป็นธรรม และการเปิดเผยข้อมูลเพียงพอต่อการตรวจสอบของสาธารณะ

ถาม สสว. ปมโครงการ 495 ล้าน ทำไมใช้วิธีเลือกนอกระบบ เมิน e-Bidding

โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce วงเงิน 495 ล้านบาทสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมลำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กำลังกลายเป็นประเด็นร้อน หลังมหาวิทยาลัยศิลปากรยื่นอุทธรณ์ผลการคัดเลือก พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการพิจารณาที่อาจขาดความโปร่งใส และเรียกร้องให้ สสว.ชะลอการลงนามสัญญากับมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับการประกาศเป็นผู้ดำเนินโครงการ จนกว่าการพิจารณาอุทธรณ์จะแล้วเสร็จ

ประเด็นสำคัญที่ถูกตั้งคำถาม ไม่ได้อยู่เพียงผลการคัดเลือกผู้ชนะ แต่คือวิธีดำเนินการของ สสว.ที่เลือกใช้ระเบียบการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานภายใต้กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แทนการใช้ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐผ่าน e-Bidding ของกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นช่องทางการแข่งขันที่เปิดกว้างและตรวจสอบได้มากกว่า

มหาวิทยาลัยศิลปากรยื่นอุทธรณ์โดยให้เหตุผลว่า หลักเกณฑ์ การประเมินของ สสว.กำหนดเพียงค่าน้ำหนักคะแนนในแต่ละหัวข้อ แต่ไม่ได้กำหนดเกณฑ์ย่อยหรือแนวทางการให้คะแนนอย่างชัดเจน ส่งผลให้การประเมินต้องอาศัยดุลพินิจของคณะกรรมการเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงานด้านการประชาสัมพันธ์ การตลาด การจัดกิจกรรม และการใช้ Influencer เป็นการประเมินเชิงคุณภาพ

หลังประกาศผล สสว.ไม่ได้เปิดเผยคะแนนรวม คะแนนรายหัวข้อ เหตุผลประกอบการให้คะแนน หรือหลักเกณฑ์ย่อยที่ใช้ในการประเมิน ทำให้ผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าการตัดสินเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศไว้หรือไม่ และไม่อาจทราบว่าข้อเสนอของตนมีข้อบกพร่องในส่วนใด

อีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือ เงื่อนไขในเอกสารกำหนดขอบเขตงาน (TOR) ที่กำหนดให้ผู้เสนอข้อเสนอต้องมีระบบหรือแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งได้แล้วก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งมีข้อกังวลว่าอาจจำกัดการแข่งขันและทำให้ผู้มีศักยภาพบางรายไม่สามารถเข้าร่วมได้

สำหรับประเด็นทางกฎหมาย มีคำถามสำคัญว่า การใช้ระเบียบของกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแทนการดำเนินการภายใต้ระบบ e-Bidding มีเหตุผลและฐานกฎหมายรองรับเพียงใด แม้กฎหมายบางกรณีอาจเปิดช่องให้กองทุนใช้ระเบียบเฉพาะของตนเองได้ แต่ยังต้องเป็นกระบวนการที่ยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเมื่อเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณสูงถึง 495 ล้านบาท

“จากข้อมูลการประกาศเชิญชวน สสว.ใช้กระบวนการคัดเลือก “หน่วยร่วมดำเนินงาน” ตามระเบียบกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แทนการดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ”

แม้การใช้ระเบียบกองทุนอาจมีฐานกฎหมายรองรับในบางกรณี แต่เมื่อเป็นโครงการวงเงินสูงถึง 495 ล้านบาท ย่อมเกิดคำถามว่าระบบดังกล่าวมีมาตรฐานด้านการแข่งขัน ความโปร่งใส และการตรวจสอบเทียบเท่าระบบ e-Bidding หรือไม่

คะแนนอยู่ที่ใคร ไม่มีใครรู้

หนังสืออุทธรณ์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ระบุว่า แม้ สสว.กำหนดค่าน้ำหนักคะแนนของแต่ละหัวข้อไว้ แต่ไม่ได้ประกาศเกณฑ์ย่อยหรือแนวทางการให้คะแนนอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้การประเมินต้องอาศัยดุลพินิจของคณะกรรมการเป็นหลัก ยิ่งไปกว่านั้น หลังประกาศผล สสว.ไม่ได้เปิดเผยคะแนนรวม คะแนนรายหัวข้อ เหตุผลประกอบการให้คะแนน หรือหลักเกณฑ์การหักคะแนน ทำให้ผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าการตัดสินเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศไว้หรือไม่

TOR จำกัดการแข่งขันหรือไม่

อีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือ เงื่อนไขใน TOR ที่กำหนดให้ผู้เสนอข้อเสนอต้องมีระบบหรือแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งได้แล้วก่อนวันยื่นข้อเสนอ

คำถามคือ เงื่อนไขดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการคัดเลือกหรือไม่ และมีผู้ประกอบการหรือหน่วยงานจำนวนกี่รายที่สามารถผ่านคุณสมบัติดังกล่าวได้

หากเงื่อนไขดังกล่าวทำให้ผู้มีศักยภาพจำนวนมากไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ ก็อาจกระทบต่อหลักการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ซึ่งเป็นหลักสำคัญของการใช้เงินสาธารณะ

งานเชิงคุณภาพ ยิ่งต้องเปิดเผยเกณฑ์

ลักษณะของโครงการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์ การตลาด การจัดกิจกรรม การใช้ Influencer และการผลักดันผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดออนไลน์ ซึ่งเป็นงานที่ต้องประเมินเชิงคุณภาพมากกว่างานก่อสร้างหรือการจัดซื้อสินค้า

ด้วยเหตุนี้ การมี Rubric หรือหลักเกณฑ์การให้คะแนนที่ชัดเจน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องมือที่ช่วยจำกัดการใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการ และทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถตรวจสอบความเป็นธรรมของกระบวนการได้

กรณีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานผู้เข้าร่วมโครงการ แต่ สะท้อนคำถามสำคัญต่อระบบการใช้เงินกองทุนของภาครัฐว่า การคัดเลือกโครงการมูลค่าหลายร้อยล้านบาทที่ไม่ใช้ระบบ e-Bidding จะมีมาตรฐานด้านความโปร่งใส การแข่งขันอย่างเป็นธรรม และการเปิดเผยข้อมูลเพียงพอต่อการตรวจสอบของสาธารณะหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมและหน่วยงานกำกับดูแลอาจต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์