วิกฤตชิปหน่วยความจำระดับโลกที่ถูกตั้งชื่อว่า 'RAMaggedon' ทวีความรุนแรงขึ้น หลังกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดันความต้องการชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) พุ่งพรวด บีบให้ผู้ผลิตชิปรายใหญ่หันเทกำลังการผลิตเข้าสู่ตลาด AI ส่งผลให้ราคาแรมสำหรับคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนทั่วโลกพุ่งสูงกว่า 5-6 เท่าเทียบกับปีก่อน และคาดว่าวิกฤตนี้จะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2028
ผู้ขายชิปฮ่องกงรับยอดขายร่วง ลูกค้าสั่นใจ
ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์วันไจ้ในฮ่องกง ร้านค้าหลายแห่งได้ปิดประกาศบทความอธิบายวิกฤตชิปให้ลูกค้าที่งุนงงกับราคาที่พุ่งสูง เคน แทม ผู้จัดการร้าน Videocom Computer ที่เชี่ยวชาญด้านการประกอบพีซีตามสั่ง เปิดเผยว่ายอดขายลดลงครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่ราคาปรับตัวสูงขึ้นในเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยแรมขนาด 16 กิกะไบต์ที่เคยราคา 300-400 ดอลลาร์ฮ่องกง บัดนี้พุ่งไปถึง 1,500 ดอลลาร์ฮ่องกง
"เมื่อราคาแพงขึ้นอย่างกะทันหัน ลูกค้ามีกำแพงทางจิตใจ ถ้าจำเป็นก็ซื้อ แต่ถ้าไม่จำเป็นก็รอหรือเลือกชิปที่สเปกต่ำลง" — เคน แทม
ซัมซุงเตือนวิกฤตยืดเยื้อถึงปี 2028
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ระบุว่า ภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำจะทวีความรุนแรงในปี 2027 และยังคงตึงตัวต่อเนื่องถึงปี 2028 ขณะที่บริษัทวิจัย TrendForce ในไต้หวันยืนยันว่าราคาแรมสำหรับพีซีและสมาร์ทโฟนปรับสูงขึ้น 5-6 เท่าในรอบปี ส่วนผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่างซัมซุง SK hynix และ Micron ต่างได้รับกำไรมหาศาลจากกระแส AI
ผู้ผลิตยานยนต์และนักออกแบบกราฟิกรับผลกระทบ
วิกฤตนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะตลาดคอมพิวเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์ยังเตือนว่าต้นทุนระบบคอมพิวเตอร์ในรถยนต์สูงขึ้น และอาจผลักดันให้ราคายานยนต์ใหม่ปรับสูงตาม ด้าน ชาร์ลส์ บรุส นักออกแบบกราฟิกชาวเบลเยียมวัย 30 ปีที่อยู่ระหว่างฮันนีมูนในกรุงโตเกียว บอกว่าราคาชิ้นส่วนพีซีในย่านอากิฮาบาระถึงขั้น 'น่าขัน' และการที่วิกฤตนี้ถูกขับเคลื่อนโดย 'ฟองสบู่เก็งกำไร' ของ AI ยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหิด เพราะ AI ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออาชีพของตัวเอง






