การบ้านร้อน 3 ปม เรื่องร้องเรียน จี้ รมต.คมนาคมเร่งแก้ไข
บริการรถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน (รย.18) ยังคงมีเรื่องร้องเรียนตลอด แม้ว่าจะมีมาตรการ จดทะเบียน ที่ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พยายามทำ แต่ปัญหาเรื่องร้องเรียน ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากปัญหาสะสม พฤติกรรมคนขับ ขับรถอ้อม คิดเงินเกิน ด้วยข้ออ้างสารพัด การปล่อยให้มีคนต่างด้าวมาเป็นผู้ขับ การสวมสิทธิ สวมไอดี ให้ เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีมาให้บริการ
มีการใช้การตลาดที่คุกคามทางเพศ ที่ฮือฮาในกลุ่มผู้ขับ การตลาด อาหวัง เล่มมุกขำๆ แต่ไม่ขำตรงที่เป็นการคุกคามทางเพศ ไม่ว่าจะเป็น การให้คนขับ ให้ผู้โดยสารหญิงนั่งรถฟรี และกับช่องทางติดต่อทางโซเชียล หารขอเผยแพร่คลิปที่ถ่ายจากกล้องหน้ารถ การพูดจากแทะโลมอนาจารผู้โดยสาร
ไม่ทราบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีการเชื่อมโยงตรวจสอบประวัติอาชญากรรม กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เคยตรวจสอบหรือยัง เรื่อง “อาหวัง” เหมือนเป็นเจตนาที่จะทำการตลาดให้คนทำมีพฤติกรรมไม่ดีกับผู้โดยสาร แถมยังจะขอถ่ายคลิปไปเผยแพร่ถือเป็นการละเมิดข้อมูลและสิทธิส่วนบุคคล
ไม่รู้เป็นเพราะอาหวังหรือไม่ เมื่อมีผู้โดยสาร นักเรียนหญิง เรียกรถผ่านแอปให้ไปส่งบ้าน คนขับ ดื่มน้ำกระท่อม แล้ว พาเลยบ้าน ร้องให้จอดก็ไม่ได้ผล จนต้องกระโดดหนึจากรถ บาดเจ็บสาหัส ก่อนจะไปแจ้งความกับตำรวจ มีข้อสงสัยพฤติกรรมคนขับเป็นพวกสวมไอดีหรือไม่จึงกล้ากระทำแบบนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่สนใจอะไร ต้องรอให้มาร้องจึงจะดำเนินการให้
เมื่อไหร่ การกระทำที่ล่วงละเมิดผู้โดยสารจะหมดไป อีกนานไหมเรื่องร้องเรียนจะได้รับความสนใจจะต้องรอให้เรื่องเกิดความสูญเสีย กันก่อนจึงจะเห็นความสำคัญของปัญหาหรืออย่างไร เรื่องนี้ เรียกร้องไปยัง พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและกำกับดูแลกรมการขนส่งทางบกต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง อย่างเด็ดขาด
ค่ายแพลตฟอร์มที่มีปัญหา ดูเหมือนจะใช่แพลตฟอร์มที่กำลังรอต่ออายุใบอนุญาต กรมการขนส่งทางบก ควรเอาปัจจัยเหล่านี้ไปเป็น เหตุผลในการต่อใบอนุญาตหรือไม่ ไม่เช่นนั้น การต่อใบอนุญาติ จะไม่ได้เกิดคุณค่าอะไรเลย แค่ "จ่ายเงินแล้วจบ การปล่อย คอนเทนต์อาหวัง ที่เป็นขยะทำลายสังคม ระบาดด้วยนำเรื่องการคุกคามทางเพศมาล้อเล่นเพื่อดึงดูดลูกค้าวัยรุ่น ถือเป็นจุดต่ำสุดของการตลาดแอปฯ เรียกรถ แพลตฟอร์มที่ทำความผิดบ่อยๆ ควรมีความรับผิดชอบมากกว่านี้หรือไม่ หรือจะเกณฑ์ในการอนุญาตก็ดี
ระบบ Trackingตรวจสอบยืนยันตัวตนที่ลงทะเบียนไป เอาไปทำอะไรได้บ้าง หรือทำเป็นพิธีกรรม มาตรการ "ตัดแต้มแพลตฟอร์ม"หากแอปฯ ใดปล่อยให้มีเรื่องร้องเรียนซ้ำซาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยหรือการใช้คนขับผิดกฎหมาย (ต่างด้าว/เยาวชน) ต้องมีการสะสมคะแนนลบเพื่อใช้พิจารณาสั่งระงับการให้บริการชั่วคราว รวมไปถึงใช้เรื่องร้องเรียนเหล่านี้เป็นข้อพิจารณาในการต่อ ใบอนุญาต
ควรใช้กฎหมายขนส่งบวกคอมพิวเตอร์ เรื่องนี้อาจต้องประสาน ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้กำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า ผู้ดูแลการลงทะเบียน บริการเรียกรถผ่านแอป เพื่อเอาผิดแพลตฟอร์มที่ปล่อยให้มีการทำคอนเทนต์ในลักษณะ "ยุยงให้เกิดการกระทำผิด" หรือ "ขัดต่อศีลธรรมอันดี" ควรไหมที่จะแบน การตลาดสีเทา ออกระเบียบข้อบังคับว่าด้วย "จริยธรรมการประชาสัมพันธ์" ของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจรถรับจ้างผ่านแอปฯ หากพบว่าจงใจใช้คอนเทนต์ที่สื่อถึงการคุกคามทางเพศ ให้ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่มีผลต่อสถานะใบอนุญาต
สิ่งที่สังคมรอคอย นโยบาย "ความชัดเจน" ที่รัฐมนตรีต้องสำแดงออกมา คือการพิสูจน์ว่า "อำนาจรัฐ" อยู่เหนือ "กลุ่มทุนแอปพลิเคชัน" ประชาชนไม่ได้ต้องการแค่แอปฯ ที่เรียกง่าย แต่ต้องการแอปฯ ที่ "ปลอดภัย" และ "ให้เกียรติผู้โดยสาร" หากการต่ออายุใบอนุญาตครั้งนี้ไม่มีเงื่อนไขที่เข้มงวดเพียงพอ ก็เท่ากับว่ารัฐยอมรับให้การคุกคามทางเพศและการละเมิดกฎหมายเป็นเรื่องที่ "ยอมความกันได้" ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล
" ถึงเวลาเลิกเกรงใจทุน แล้วหันมาเกรงใจชีวิตประชาชนได้หรือยัง?"




