รัสเซียขาดแคลนน้ำมันฉุดกระแสชีวิตประชาชน หลังยูเครนถล่มโรงกลั่นทั่วประเทศ
วิกฤตขาดแคลนน้ำมันลุกลามไปทั่วรัสเซียในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกว่า 90% ของภูมิภาคทั่วประเทศต้องเผชิญกับภาวะน้ำมันขาดตลาดหรือถูกจำกัดปริมาณการจำหน่าย ภายหลังยูเครนทวีความเข้มข้นในการโจมตีโรงกลั่นและคลังเชื้อเพลิงของรัสเซีย ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างหนักที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นในปี 2022
ปั๊มน้ำมันปิด แถวรถยาวเหยียด
ที่เมืองโวโลกดา ห่างจากกรุงมอสโกไปทางเหนือราว 480 กิโลเมตร คู่สามีภรรยา เยเลนา และ ดมิตรี ต้องขับรถผ่านปั๊มน้ำมันถึงสี่แห่งก่อนจะพบแห่งที่มีน้ำมันเหลืออยู่จริง เยเลนาแสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผยขณะรอคิวอยู่ในรถว่า "สถานการณ์นี้ย่ำแย่มาก เราได้แต่รอและหวังว่าจะยังมีน้ำมันเหลืออยู่บ้าง"
กำลังการกลั่นหายไปเกือบครึ่ง
บริษัทวิจัยพลังงาน Energy Intelligence ของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานในต้นเดือนกรกฎาคม ระบุว่าเกือบครึ่งหนึ่งของกำลังการกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งอยู่ที่ 6.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน หยุดดำเนินการไปแล้วนับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากยูเครนเพิ่มความถี่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
มอสโกสั่งห้ามส่งออก-จำกัดปริมาณ
รัฐบาลรัสเซียตอบสนองต่อวิกฤตดังกล่าวด้วยการออกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันเบนซินและน้ำมันอากาศยานในเบื้องต้น ก่อนขยายมาตรการครอบคลุมดีเซลในสัปดาห์ต่อมา พร้อมกับกำหนดโควตาการจำหน่ายภายในประเทศ สัญญาณบวกเริ่มปรากฏในกรุงมอสโกซึ่งแถวรถที่ปั๊มสั้นลง ขณะที่ นิโคไล ผู้ขับขี่รถยนต์ในโวโลกดา ให้ข้อมูลว่า "ปั๊มน้ำมันเริ่มเปิดให้บริการมากขึ้น และการจัดส่งน้ำมันถี่ขึ้น แถวจึงสั้นลงตามไปด้วย"
เครมลินปัดวิกฤต ประชาชนโทษตะวันตก
ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ออกมาลดความร้ายแรงของสถานการณ์ โดยกล่าวว่า ยูเครนพยายามสร้างความตื่นตระหนกในสังคมรัสเซีย แต่จะไม่สำเร็จเพราะโครงข่ายพลังงานของรัสเซียมีความทนทานสูง ด้านประชาชนในโวโลกดาส่วนหนึ่งโทษฝ่ายตะวันตก โดย เยกอร์ ผู้ขับขี่รายหนึ่ง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "พวกพันธมิตรของคุณนั่นแหละที่ระเบิดเรา" สะท้อนให้เห็นว่าสงครามในยูเครนส่งผลกระทบลึกถึงชีวิตประจำวันของชาวรัสเซียแม้ในเมืองที่อยู่ห่างจากแนวรบกว่าพันกิโลเมตร






