Sakana AI บริษัทสตาร์ทอัพปัญญาประดิษฐ์ของญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จในการก้าวขึ้นสู่สถานะยูนิคอร์นมูลค่าเกิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียง 2 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2023 ด้วยแนวทางการพัฒนา AI ที่แตกต่างจากผู้เล่นรายใหญ่อย่าง OpenAI หรือ Alibaba
เดวิด ฮา ผู้ร่วมก่อตั้ง Sakana AI ชาวแคนาดาเชื้อสายฮ่องกงที่อาศัยในญี่ปุ่นมานาน เล่าว่าการเลือกสร้างเครื่องมือ AI ขนาดใหญ่ที่กินพลังงานมหาศาลเหมือนกับคู่แข่งอื่นนั้นโอกาสสำเร็จค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่ทรัพยากรสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์มีจำกัด
แนวทางพัฒนาเลียนแบบธรรมชาติ
แทนที่จะแข่งขันตรงๆ กับผู้เล่นชั้นนำ Sakana AI เลือกพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า collective intelligence (สติปัญญาส่วนรวม) ผ่านการผสมผสานระบบเดิมและใหม่ ทั้งขนาดใหญ่และเล็ก เลียนแบบธรรมชาติที่สิ่งมีชีวิตตั้งแต่มดไปจนถึงมนุษย์ร่วมมือกันแก้ปัญหา
ชื่อ Sakana หมายถึงปลาในภาษาญี่ปุ่น สะท้อนแรงบันดาลใจจากธรรมชาติของบริษัท เดวิด ฮา อธิบายว่าในโลกที่มีความขัดแย้ง การมีระบบที่สามารถทำงานต่อได้แม้ผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งปิดโมเดลลงก็เป็นข้อได้เปรียบสำคัญ
ทีมงานและการสนับสนุน
ฮา เคยเป็นนักวิจัยที่กูเกิล เบรน และเทรดเดอร์ที่ โกลด์แมน แซคส์ ร่วมก่อตั้งบริษัทกับ ไลออน โจนส์ อดีตนักวิจัยกูเกิล ผู้ร่วมเขียนงานวิจัยแมชชีนเลิร์นนิงสำคัญในปี 2017 และ เรน อิโต ที่เคยดำรงตำแหน่งในกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น
ปัจจุบันทีมงาน Sakana AI มีสมาชิกมากกว่า 100 คน รวม โดยมีสำนักงานในพื้นที่สตาร์ทอัพร่วมกันในโตเกียว บริษัทได้รับการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่ด้านชิปอย่าง Nvidia รวมถึงธนาคารและธุรกิจญี่ปุ่นที่ต้องการก้าวทัน AI สมัยใหม่
ผลิตภัณฑ์และการประยุกต์ใช้
เครื่องมือที่ Sakana AI พัฒนาขึ้นรวมถึงแชทบอทภาษาญี่ปุ่นชื่อ Tiny Sparrow ที่ทำงานออฟไลน์เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และแชทบอทที่ฝึกด้วยวรรณกรรมญี่ปุ่นโบราณที่ตอบคำถามด้วยภาษาแบบซามูไร
ในเดือนพฤษภาคม บริษัทประกาศความร่วมมือหลายปีกับธนาคาร MUFG เพื่อพัฒนาระบบ AI เฉพาะสำหรับธนาคาร ฮาเผยว่าต้องสร้างสมดุลระหว่างการวิจัย AI ล้ำสมัยกับการนำไปใช้งานจริงในธุรกิจและภาครัฐ
มุมมองต่ออนาคต AI
ฮา คาดการณ์ว่าความตื่นเต้นของนักลงทุนต่อ AI จะลดลงในที่สุด โดยเปรียบเทียบกับการปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งใหญ่ในอดีต ทุกการปฏิวัติเทคโนโลยี ตั้งแต่คลองไปจนถึงดอทคอมบูม ล้วนได้แรงหนุนจากฟองสบู่ การลงทุนเก็งกำไรแม้มีความเสี่ยง แต่เป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนการค้นพบสำคัญในระดับรากฐาน






