นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. แถลงชี้แจง กับสื่อมวลชนว่า ขอชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน และคณะกรรมการ กสทช. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและยืนยันว่าตนไม่ได้กระทำผิดตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา โดยมีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้
ประเด็นเรื่องคำสั่งศาลปกครองที่ไม่รับฟ้อง ตนไม่ใช่ผู้ได้รับความเสียหายจากการที่ศาลไม่รับฟ้อง และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาไม่มีผลต่อการดำรงตำแหน่งหรือการปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง นอกจากนี้ การที่คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยว่าตน "สละสิทธิ์" นั้น เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นก่อนนายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลฯ ซึ่งถือเป็นคำวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายในมุมมองของผู้แถลง
ประเด็นการลาออกจากมหาวิทยาลัยมหิดล ตนได้รับหนังสือตอบกลับจากมหาวิทยาลัยมหิดล ยืนยันว่าได้ลาออกจากความเป็นพนักงานและลูกจ้างของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีอย่างสมบูรณ์แล้วตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565
สถานะการทำงานและรายได้หลังการลาออก การปฏิบัติหน้าที่ระหว่างวันที่ 8 มกราคม ถึง 12 เมษายน 2565 เป็นการประกอบวิชาชีพเวชกรรมอิสระเฉพาะทางเพื่อส่งต่อผู้ป่วย โดยไม่ได้รับเงินเดือนจากมหาวิทยาลัย และมีหลักฐานการเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 40(6) (วิชาชีพอิสระ) ไม่ใช่มาตรา 40(1) (เงินเดือน/ค่าจ้าง) สามารถให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีตรวจสอบได้ โดยนพ.สรณ ได้นำหนังสือเรื่องข้อเท็จจริงการดำรงตำแหน่งของนพ.สรณ ออกโดย คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาแสดง
ขอตั้งข้อสังเกต ประเด็นคุณสมบัติของประธานกรรมการสรรหา ประธานกรรมการสรรหาอาจมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน (อ้างอิงปี 2568) ซึ่งตามมาตรฐานเดียวกับ กสทช. อาจส่งผลให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการไปแล้ว แต่กลับไม่มีการยกประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุม
ข้อสงสัยต่อความโปร่งใสและกระบวนการทำงาน ขอฝากถึงสื่อมวลชนให้ช่วยตั้งคำถามต่อคณะกรรมการสรรหา ในประเด็นความเร่งรีบของการประชุมที่จัดขึ้นถึง 4 ครั้งภายใน 37 วัน โดยไม่รอเอกสารชี้แจงจากมหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงตั้งคำถามถึงผู้ที่พยายามกดดันให้นายกรัฐมนตรีเร่งนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ว่าจะรับผิดชอบอย่างไรหากดำเนินการไปทั้งที่เรื่องยังไม่มีความชัดเจนและยุติตามกฎหมาย




