โดมิโนภาษีสหรัฐ! จับตาภาษีเหล็ก ซัดเครื่องใช้ไฟฟ้าวูบยาว 2 ปี

11 ก.ค. 2568 - 09:26

  • SCB EIC เตือนแรง สหรัฐฯ เดินหน้าเก็บภาษีเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย เสี่ยงหดส่งออก 2 ปีติด

  • แนะเร่งปรับโครงสร้างต้นทุน กระจายตลาด รับสงครามภาษี

โดมิโนภาษีสหรัฐ! จับตาภาษีเหล็ก ซัดเครื่องใช้ไฟฟ้าวูบยาว 2 ปี

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุด เตือนถึงผลกระทบที่กำลังจะเกิดขึ้นกับภาคส่งออกของไทย หลังจากสหรัฐอเมริกาประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเหล็กเป็นส่วนประกอบ โดยใช้อัตราภาษีสูงสุดถึง 50% ซึ่งจะพิจารณาจากสัดส่วนมูลค่าของเหล็กในสินค้าแต่ละรายการ

มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวนโยบายภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ เดินหน้าบังคับใช้อย่างต่อเนื่องภายใต้มาตรา 232 เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ และลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ เช่น เหล็กและอะลูมิเนียม โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา

5 กลุ่มสินค้าไทยได้รับผลกระทบโดยตรง

สินค้าที่เข้าข่ายได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในพิกัดศุลกากร HS Code 84 และ 85 ซึ่งมีเหล็กเป็นองค์ประกอบหลัก ได้แก่
• ตู้เย็น (HS 8418.10)
• ตู้แช่แข็ง (HS 8418.40)
• เครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ (HS 8450.20)
• เครื่องอบผ้าขนาดใหญ่ (HS 8451.29)
• เครื่องล้างจาน (HS 8422.11)

โดยทั้ง 5 รายการนี้มีมูลค่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯ รวมกันในปี 2024 อยู่ที่ราว 153.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 4.1% ของการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของไทย

ที่น่ากังวลคือ สินค้าบางรายการมีการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูงเป็นพิเศษ เช่น
• เครื่องล้างจาน ซึ่งพึ่งพาสหรัฐฯ ถึง 56% ของยอดส่งออก
• เครื่องซักผ้าใหญ่ พึ่งพาสหรัฐฯ 28%
• ตู้เย็น พึ่งพาสหรัฐฯ 13%
จึงมีความเสี่ยงสูงหากคำสั่งซื้อลดลงจากต้นทุนราคาที่สูงขึ้น

คาดส่งออกหดตัว 2 ปีติด

SCB EIC ประเมินว่า ปี 2025 การส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยจะ หดตัว -1.9% YoY และปี 2026 แนวโน้มยังคง ติดลบต่อเนื่องที่ -2.1% YoY

แม้ในช่วงต้นปี 2025 ยอดส่งออกจะดูดีจากการเร่งนำเข้าสินค้าก่อนมาตรการมีผล (front-loading) แต่ในระยะกลางถึงยาว ปัจจัยลบจากภาษีและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจะเริ่มชัดเจน

โครงสร้างต้นทุน-ห่วงโซ่อุปทานต้องเร่งปรับ

จุดสำคัญที่ผู้ผลิตไทยต้องเผชิญ คือความไม่แน่นอนในห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากเหล็กเป็นวัตถุดิบสำคัญที่สหรัฐฯ เล็งเก็บภาษีจากประเทศที่ไม่ได้ใช้เหล็กหลอมภายในสหรัฐฯ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และอาจกระทบต่อยอดคำสั่งซื้อสินค้าไทยในที่สุด

SCB EIC เตือนว่า หากผู้ผลิตไทยยังใช้เหล็กในสัดส่วนสูงโดยไม่ปรับโครงสร้างต้นทุน อาจเผชิญความเสี่ยงย้ายฐานการผลิตหรือสูญเสียส่วนแบ่งตลาด

แนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัว

SCB EIC แนะนำผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานเครื่องใช้ไฟฟ้า ควรดำเนินการใน 5 ด้านหลัก ประกอบด้วย

• การบริหารต้นทุนอย่างชาญฉลาด โดยพิจารณาการใช้วัสดุทดแทน เช่น อะลูมิเนียมรีไซเคิล หรือไฟเบอร์คอมโพสิต เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่สูงจากเหล็ก

• การกระจายความเสี่ยงด้านตลาด โดยขยายการส่งออกไปยังตลาดใหม่ที่ยังมีโอกาสเติบโต เช่น อาเซียน ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา

• เพิ่มมูลค่าให้สินค้า โดยพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฟังก์ชันหลากหลาย ใช้วัสดุเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น

• เร่งใช้เทคโนโลยีในกระบวนการผลิต เช่น ระบบอัตโนมัติ (Automation) และหุ่นยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนแรงงาน และสร้างความยืดหยุ่น 

• จับมือภาครัฐสร้าง Ecosystem ใหม่ ภาครัฐควรเข้ามาช่วยสนับสนุนด้าน R&D และส่งเสริมการลงทุนในเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ พร้อมออกมาตรการภาษีเพื่อพยุงความสามารถแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

‘วิกฤต’ หรือ ‘โอกาส’?

แม้สถานการณ์จะดูเป็น ‘พายุเศรษฐกิจ’ ลูกใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมไทย แต่ SCB EIC เห็นว่า หากปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและมีทิศทางที่ถูกต้อง สถานการณ์ครั้งนี้อาจกลายเป็น ‘จุดเปลี่ยน’ สำคัญที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถการผลิต และปูทางให้ไทยก้าวขึ้นเป็น ฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะของอาเซียน ได้ในอนาคต

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์