ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อและกระทบห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก ธุรกิจปิโตรเคมีซึ่งพึ่งพาวัตถุดิบจากภูมิภาคดังกล่าวกำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนผ่านการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของผู้ประกอบการรายใหญ่ในภูมิภาค
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับ อิหร่าน ซึ่งยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายในระยะสั้น ส่งผลให้การจัดหาวัตถุดิบปิโตรเคมี มีข้อจำกัดทั้งด้านราคาและความต่อเนื่อง
แม้บริษัทจะเร่งปรับตัวด้วยการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นนอก ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ต้องพิจารณาปรับแผนการผลิต
ล่าสุด SCC มีมติ หยุดการเดินเครื่องโรงงาน Long Son Petrochemicals (LSP) ในประเทศ เวียดนาม ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ เป็นการชั่วคราว โดยคาดว่าจะเริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
การหยุดดำเนินการดังกล่าว คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนประมาณ 250 ล้านบาทต่อเดือน ตลอดช่วงเวลาที่หยุดผลิต อย่างไรก็ดี บริษัทจะใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในการซ่อมบำรุง และเร่งเตรียมความพร้อมโครงการเพิ่มการใช้วัตถุดิบก๊าซอีเทน (LSPE) เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว
ก่อนหน้านี้ SCC ได้หยุดการดำเนินงานโรงงานโอเลฟินส์ของ บริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด (ROC) เป็นการชั่วคราวเช่นกัน จากผลกระทบเดียวกัน สะท้อนแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่อุตสาหกรรมเคมิคอลส์กำลังเผชิญ
อย่างไรก็ตาม SCC ยืนยันว่า โรงงานอื่นในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ รวมถึงธุรกิจหลักอื่นๆ ยังดำเนินงานตามปกติ โดยมีการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่ผันผวน
ทั้งนี้ บริษัทระบุว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับกลยุทธ์อย่างยืดหยุ่น เพื่อรักษาสมดุลระหว่างต้นทุน ความต่อเนื่องในการผลิต และผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจโลกในระยะนี้




