ก.ล.ต.ขยายผลตรวจแบบ 246-2 หุ้น TRUE หลังพบข้อมูลพิรุธ

6 ก.ค. 2569 - 17:50

  • ก.ล.ต.เร่งสอบแบบ 246-2 หลังพบข้อมูลหุ้นบุริมสิทธิผิดปกติ

  • TRUE ยืนยันไม่มีหุ้นบุริมสิทธิ ชี้ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อน

  • ตลาดจับตาผลสอบ วัดมาตรฐานกำกับดูแลและความเชื่อมั่นผู้ลงทุน

ก.ล.ต.ขยายผลตรวจแบบ 246-2 หุ้น TRUE หลังพบข้อมูลพิรุธ

ข้อมูลเพียงหนึ่งบรรทัดในแบบรายงานการถือหุ้น อาจกลายเป็นประเด็นที่กระทบ ‘ความเชื่อมั่น’ ของตลาดทุนทั้งระบบ หากข้อมูลนั้นไม่ถูกต้อง

กรณีการตรวจสอบแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ของหุ้น TRUE จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อผิดพลาดของเอกสาร แต่กำลังสะท้อนคำถามสำคัญว่า ระบบการเปิดเผยข้อมูลของตลาดทุนไทยมีความน่าเชื่อถือเพียงใด เพราะแบบ 246-2 ถือเป็นข้อมูลที่นักลงทุนใช้ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และประเมินทิศทางการลงทุนของบริษัทจดทะเบียน

ล่าสุด เอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการยื่นแบบ 246-2 ซึ่งระบุว่า สุภาพร พิมพันงษ์ เข้าถือหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE มากกว่า 7% ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง

ก.ล.ต. ระบุว่า ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวตั้งแต่มีการยื่นรายงาน และพบข้อสังเกตเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล จึงได้ขึ้นเครื่องหมายเตือนผู้ลงทุนบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 พร้อมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบถามผู้เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมาย

ประเด็นที่ถูกจับตา คือ การรายงานว่ามีการได้มาซึ่ง ‘หุ้นบุริมสิทธิ’ ของ TRUE จำนวนประมาณ 0.0388% ทั้งที่บริษัทชี้แจงว่า ปัจจุบัน ไม่มีหุ้นบุริมสิทธิอยู่ในระบบแล้ว และไม่เคยเสนอขายหุ้นประเภทดังกล่าวต่อประชาชนทั่วไป จึงเป็นเหตุให้บริษัทแจ้งข้อเท็จจริงต่อ ก.ล.ต. ทันทีในวันที่พบข้อมูล

แม้ข้อมูลดังกล่าวจะยังอยู่ในขั้นตอนการสอบทาน และหน้าเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. ระบุชัดว่าเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น แต่การที่หน่วยงานกำกับดูแลตัดสินใจขึ้นเครื่องหมายเตือนผู้ลงทุนตั้งแต่ต้น สะท้อนว่ากรณีนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะเกี่ยวข้องกับ “ความน่าเชื่อถือของข้อมูล” ซึ่งเป็นรากฐานของตลาดทุน

หากท้ายที่สุดพบว่าเป็นเพียงความผิดพลาดในการกรอกข้อมูล ผลกระทบอาจจำกัดอยู่ในระดับรายบุคคล แต่หากพบว่ามีการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจงใจรายงานข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง กรณีดังกล่าวอาจนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่ง ก.ล.ต. ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเคร่งครัด

ด้าน TRUE ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ฐานะการเงิน หรือการบริหารงานของบริษัท พร้อมระบุว่าจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมหากผลการตรวจสอบมีพัฒนาการที่มีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตลาดจับตาอาจไม่ใช่เพียงผลสอบของ TRUE แต่คือ มาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต.

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนถูกคาดหวังให้ยกระดับการกำกับดูแลข้อมูลการเปิดเผยสารสนเทศของบริษัทจดทะเบียนและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพราะในยุคที่การซื้อขายหุ้นขับเคลื่อนด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์ ความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างความเข้าใจผิด กระทบการตัดสินใจลงทุน และส่งผลต่อราคาหุ้นได้ในเวลาอันสั้น

สำหรับนักลงทุน กรณีนี้จึงเป็นเครื่องเตือนว่า แม้ข้อมูลในระบบของหน่วยงานกำกับจะเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญ แต่ข้อมูลบางรายการยังอาจอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และควรพิจารณาควบคู่กับคำชี้แจงของบริษัทและประกาศจากหน่วยงานกำกับดูแลก่อนตัดสินใจลงทุน

ท้ายที่สุด ผลการสอบสวนครั้งนี้อาจมีความสำคัญมากกว่าการตอบคำถามว่า “ข้อมูลในแบบ 246-2 ถูกหรือผิด” เพราะสิ่งที่ตลาดกำลังรอ คือ การสร้างบรรทัดฐานว่า เมื่อข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะมีข้อพิรุธ ระบบกำกับดูแลของไทยจะตอบสนองได้รวดเร็ว โปร่งใส และเด็ดขาดเพียงใด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์