กรรมการสรรหาฯ เชื่อ "มีอำนาจ" ตรวจสอบคุณสมบัติประธานกรรมการ กสทช.
การประชุมคณะกรรมการสรรหา กสทช. โดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะที่เคยเป็นสำนักงานเลขานุการ คณะกรรมการสรรหากรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เชิญประชุมเพื่อหาข้อสรุป ในประเด็นที่ยืดเยื้อมานานถึงคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.
การประชุมกำหนดให้เป็นการประชุมลับ โดยมีคณะกรรมการสรรหาฯ ที่มาร่วมประชุมทั้ง 7 คน มี เกียรติพงศ์ อมาตยกุล อดีตตุลาการศาลฎีกา ทำหน้าที่ประธานกรรมการสรรหา เป็นประธานการประชุม วงประชุมใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนจะมีมติ ว่า คณะกรรมการสรรหาฯ มีหน้าที่และอำนาจในการวินิจฉัยคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครเข้ารับการสรรหาหรือผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ทั้งนี้คณะกรรมการสรรหาจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้กรรมการสรรหาฯ จะมีการประชุมนัดต่อไปเพื่อพิจารณาให้ได้ข้อสรุปตามที่มีข้อสงสัย การประชุมนี้เกิดขึ้น พร้อมกับโต้แย้งจากหลายฝ่ายว่า คณะกรรมการสรรหาฯ "หมดหน้าที่ (สิ้นสภาพ)" ไปแล้วตั้งแต่เลือกกรรมการเสร็จ และยังไม่ความชัดเจนว่า เมื่อกรรมการพิจารณาได้ข้อสรุปแล้ว จะมีผลกับการวินิจฉัยคุณสมบัติของประธานบอร์ดกสทช. อย่างไร จะส่งเรื่องที่เป็นผลการพิจารณาไปให้หน่วยงานใดต่อไป
ย้อนเวลาประเด็นประธานบอร์ดกสทช.ขาดคุณสมบัติ
ข้อส่งสัยเกี่ยวกับการ “ขาดคุณสมบัติ” สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เริ่มจากข้อสงสัยว่า ประธานกสทช. ยังไม่ได้ลาออกจากพนักงานมหาวิทยาลัยมหิดล ในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ในกระบวนการสรรหากสทช. โดยมีการเสนอข้อมูลว่า ยังปฎิบัติหน้าที่แพทย์ที่ได้รับค่าตอบแทนรายชั่วโมงของโรงพยาบาลรามาธิบดี และเป็นกรรมการธนาคารกรุงเทพ
ประเด็นนี้ถูกติดตามและตรวจสอบ มาตั้งแต่บอร์ดเริ่มทำหน้าที่ในปี 2566 โดยคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาได้ทำการศึกษาและรายงานสรุปผลการศึกษาต่อวุฒิสภา ก่อนจะยื่นหนังสือขอให้ถอดถอนไปยังนายกรัฐมนตรี ตลอดจนการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำหนังสือถึงเลขาธิการกสทช.ให้ตอบคำถามเรื่องการตรวจสอบและการดำเนินการเรื่องคุณสมบัติของกรรมการหรือประธานกสทช.เมื่อเดือนเมษายน 2569




