การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวลงทันที แต่ไม่ได้เป็นการร่วงอย่างรุนแรง โดยดัชนีปรับลดลงประมาณ 10 จุดในช่วงบ่ายของวันที่ 29 สิงหาคม 2568 และนักวิเคราะห์มองว่าผลกระทบในระยะสั้นนั้นค่อนข้างจำกัด
ตลาดหุ้นไทยไม่ได้ร่วงอย่างรุนแรงตามที่บางส่วนอาจคาดการณ์ไว้ ดัชนี SET Index มีการปรับตัวลงประมาณ 10 จุด หลังจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นการตอบรับต่อความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้น แต่เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ได้มีการประเมินและรับรู้ความเสี่ยงนี้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ทำให้แรงเทขายไม่ได้รุนแรงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ผลกระทบต่อตลาดหุ้นจะอยู่ใน ‘ระยะสั้น’ และ ‘จำกัด’ เนื่องจากนักลงทุนมีความคุ้นเคยกับความผันผวนทางการเมืองของไทยในระดับหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่เข้ามาช่วยประคองตลาดไว้ได้ ได้แก่
- ตลาดรับรู้ปัจจัยลบไปแล้ว นักลงทุนได้มีการประเมินและปรับพอร์ตการลงทุนล่วงหน้าก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยออกมา
- นโยบายการเงิน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาลงจากทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนตลาด
- งบประมาณปี 2569 การที่งบประมาณผ่านแล้วทำให้ตลาดคลายความกังวลในเรื่องนี้ลงไป

คาดการณ์ผลกระทบในอนาคต
ทั้งนี้ แม้จะมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่กระบวนการดังกล่าวยังเป็นไปตามระบบกฎหมาย นักวิเคราะห์จึงมองว่า ผลกระทบในระยะยาวมีจำกัด หากการเปลี่ยนผ่านอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว ดัชนีอาจมีโอกาสฟื้นตัวและปรับตัวสูงขึ้นได้ในระยะถัดไป โดยนักวิเคราะห์บางสำนักคาดว่า ดัชนีมีโอกาสกลับขึ้นไปแตะระดับ 1,300 จุดได้ หากความไม่แน่นอนทางการเมืองคลี่คลายลง

ขณะที่ ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ ระบุ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ทำให้นายกฯ ขาดคุณสมบัติ จะกดดันบรรยากาศลงทุนในระยะสั้น และอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกองทุนใหญ่ๆ ชะลอการกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย อีกทั้งหากการเลือกนายกฯ คนใหม่ยืดเยื้อ จะทำให้ครม.รักษาการอยู่ในตำแหน่งนาน ส่งผลให้ SET Index เผชิญภาวะ Overhang แต่หากกระบวนการเลือกเสร็จสิ้นรวดเร็วภายใน 1 เดือน เชื่อว่าตลาดยังยอมรับได้ และแรงกดดันต่อดัชนีจะไม่รุนแรงนัก




