นายกฯ ดันสุวรรณภูมิ ติดท็อป 20 โลก ไร้ภาพต่อคิวยาว

1 มี.ค. 2567 - 17:39

  • ‘เศรษฐา’ ประกาศเป้าเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

  • ลั่น ดันสนามบินสุวรรณภูมิ กลับมาติดท็อป 20 ของโลกให้ได้ใน 5 ปี

  • ชี้ ศักยภาพไทยพร้อมมาก สั่งการหลายด้านต้องดีขึ้น 6 เดือนไม่เห็นภาพผู้โดยสารต่อคิว

settha_ignite_thailand_aviation_hub_suvarnabhumi_top_20_world_SPACEBAR_Hero_06c4f69264.jpg

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวตอนหนึ่ง ในการแถลงวิสัยทัศน์ “IGNITE THAILAND, AVIATION HUB” เพื่อประกาศถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ว่า ตนเองและรัฐบาลเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพ มีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องช่วยกันดึงศักยภาพออกมาให้ทั่วโลกได้รับรู้ แต่ก่อนจะดำเนินการทำอะไร ทุกคนต้องยอมรับก่อนว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาอะไร ถ้าเราไม่ยอมรับปัญหาก็ไม่สามารถหาทางออกให้กับประเทศไทยได้ ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการพูดทำให้ใครรู้สึกไม่ดี แต่วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องพูดคุยความจริงต่อหน้าสาธารณะ

ก่อนหน้านี้ ในปี 2554 สนามบินสุวรรณภูมิ เคยอยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก แต่ในปัจจุบันกลับตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 68 ของโลก รัฐบาลจึงมีแผนจะพัฒนาท่าอากาศยานของไทยให้กลับมาติดอันดับ 1 ใน 20 สนามบินที่ดีที่สุดในโลกภายใน 5 ปี เนื่องจากไทยตั้งอยู่ในจุดภูมิศาสตร์กึ่งกลางของเอเชียแปซิฟิก มีพรมแดนติดกับ 3 ประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์จากการเปิดบินเสรีการบินอาเซียน โดยการประกาศวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ซึ่งกำกับดูแลท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ 6 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย, ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่

สำหรับสุวรรณภูมิ มีพื้นที่ 20,000 ไร่ รัฐบาลมีแผนจะมีการขยายขีดความสามารถให้รองรับผู้โดยสารได้ 150 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2573 และเมื่อปลายปีที่แล้วก็มีการเปิดใช้อาคารเทียบเครื่องบิน SAT1 ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของรัฐบาลเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ที่ได้มีการวางโครงสร้างไว้ แต่ก็ยังยอมรับว่ามีปัญหาอยู่บ้าง แต่ทั้งนี้จะมีการเปิดให้ครบ 100% ภายในไตรมาส 2 ของปี 2567 รองรับผู้โดยสารเพิ่มอีก 45 ล้านคน เป็น 60 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะทำให้เครื่องบิน บินขึ้นลงได้เป็น 90 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และอนาคตก็เตรียมที่จะสร้างอาคาร SAT2 วันนี้เรามีศักยภาพ เพียงแต่เราจะต้องฉายแสงออกมาให้ได้ และมั่นใจหลังจาก 6 เดือนนี้ ต่อไปเราจะไม่เห็นผู้โดยสารที่รอคิวนาน สุวรรณภูมิ ไม่ใช่แค่เทคแคร์คนอย่างเดียว แต่ต้องดูเรื่องของสินค้าด้วย เพราะเป็นสิ่งสำคัญ พร้อมกันนี้จะเปิดพื้นที่รองรับเครื่องบินเจ็ทมาลงให้มากขึ้น เปิดประตูรับเงินหลายล้านเข้าสู่ประเทศ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์