กรณีเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ขอลงจอดฉุกเฉินที่ สนามบินสุวรรณภูมิ หลังประสบเหตุตกหลุมอากาศ บริเวณแม่น้ำอิรวดี ประเทศเมียนมาร์ ... โดย แถลงการณ์สิงคโปร์แอร์ไลน์ ที่อัปเดตข้อมูลบนเฟซบุ๊กเมื่อเช้า (22 พ.ค.) ระบุว่า ผู้โดยสาร 131 คน และลูกเรือ 12 คน ในเที่ยวบิน SQ321 เดินทางถึงสิงคโปร์ผ่านเที่ยวบินบรรเทาทุกข์แล้วเช้าวันนี้ (22 พฤษภาคม) ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ โดยมี โก๊ะ ชุน ฟง (Goh Choon Phong) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) สิงคโปร์แอร์ไลน์ ให้การต้อนรับ สําหรับผู้โดยสารที่เชื่อมต่อการเดินทาง สายการบินได้จองตั๋วเครื่องบินและจัดเตรียมที่พักให้แล้ว ขณะที่ยังมีผู้โดยสารอีก 79 คน ลูกเรืออีก 6 คน จากเที่ยวบิน SQ321 ที่ยังอยู่ในกรุงเทพฯ รวมถึงผู้ได้รับการดูแลทางการแพทย์ โดยทีม SIA จากสิงคโปร์ในกรุงเทพฯ ได้ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนอยู่
เหตุการณ์นี้ เครื่องบินเที่ยวบิน SQ321 ที่ประสบเหตุ ประสานขอลงจอดฉุกเฉินที่ประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงเวลา 15.50 น.วานนี้ (21 พ.ค.67) โดยทันทีที่มาถึง ได้รับการดูแลอย่างดีตามมาตรฐานการช่วยเหลือฉุกเฉิน หน่วยช่วยเหลือเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ ซึ่งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิมากที่สุด และสุดท้ายแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปยอดผู้ประสบเหตุทั้งหมด 42 ราย เป็นผู้บาดเจ็บ 40 ราย เสียชีวิต 2 ราย
หลังเกิดเหตุ กิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เผยข้อมูลผู้เสียชีวิตว่า 1 ใน 2 ราย เป็นชายชาวอังกฤษอายุ 73 ปี ร่วมเดินทางมากับภรรยา ได้รับรายงานว่า มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ แต่ต้องรอยืนยันจากการชันสูตรอีกครั้ง
ผู้โดยสารบนเครื่อง เผยขณะเกิดเหตุตกหลุมอากาศ เป็นช่วงที่เสิร์ฟอาหารเช้า หลายคนมีการนั่งอยู่กับที่และมีการคาดเบลท์ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย ขณะที่บางส่วนต่อคิวเข้าห้องน้ำ ซึ่งไม่มีสัญญาณใดๆ เกี่ยวกับการที่เครื่องจะตกหลุมอากาศ
ด้าน โก๊ะ ชุน ฟง ซีอีโอของสิงคโปร์แอร์ไลน์ กล่าวถ้อยแถลงผ่านวิดีโอ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ในเหตุการณ์ที่เครื่องบินต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรงระหว่างเส้นทาง ต้องเปลี่ยนเส้นทางลงจอดฉุกเฉิน สู่กรุงเทพฯ พร้อมยืนยันสิ่งสำคัญอันดับแรกคือการให้ความช่วยเหลือที่เป็นไปได้ทั้งหมดอย่างดีที่สุด





