'สุปรีย์ ทองเพชร' นั่งประธานสภา SME วาระ 2 ผนึก 10,000 รายชื่อ ดัน พ.ร.บ. สภาเอสเอ็มอี ชูธง ‘การเมืองภาคประชาชน’

2 เม.ย. 2569 - 14:40

  • 'สุปรีย์ ทองเพชร' นั่งประธานสภา SME วาระ 2 (2569-2571) ด้วยมติเอกฉันท์ พร้อมประกาศรวบรวม 10,000 รายชื่อผู้ประกอบการ เสนอร่าง พ.ร.บ. สภาเอสเอ็มอีในฐานะกฎหมายภาคประชาชน

  • ร่าง พ.ร.บ. ปลดล็อก 4 ด้าน — ทั้งสิทธิ์ฟ้องคดีกลุ่ม (Class Action), Credit Term 45 วันเพิ่มสภาพคล่อง 2.5 แสนล้านบาท/ปี, นิยาม SME ใหม่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และโควตาจัดซื้อภาครัฐ 30% สร้างเม็ดเงิน 3 แสนล้านบาทหมุนสู่ท้องถิ่น

  • เชื่อม ASEAN ก้าวสู่ OECD — สภา SME เดินหน้าสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการอาเซียน ควบคู่ผลักดัน พ.ร.บ. ให้เป็น "เกราะ" รองรับการเข้าเป็นสมาชิก OECD อย่างสมบูรณ์ในปี 2573

'สุปรีย์ ทองเพชร' นั่งประธานสภา SME วาระ 2 ผนึก 10,000 รายชื่อ ดัน พ.ร.บ. สภาเอสเอ็มอี ชูธง ‘การเมืองภาคประชาชน’

สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภา SME) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ณ SME Bank Tower กรุงเทพมหานคร ที่ประชุมภาคีเครือข่ายลงมติเอกฉันท์ให้ 'สุปรีย์ ทองเพชร' นั่งเก้าอี้ประธานต่ออีกหนึ่งวาระ (พ.ศ. 2569-2571) พร้อมประกาศภารกิจใหญ่ผลักดันร่าง พ.ร.บ. สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สู่กฎหมายฉบับประชาชน**

สานต่อ 2 ปี สู่ภารกิจใหม่

ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา สภา SME ยกระดับบทบาทสู่การเป็นองค์กรเชิงกลยุทธ์ เชื่อมโยงกับหน่วยงานสำคัญทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย สศช. SME D Bank และอีกหลายหน่วยงาน การได้รับความไว้วางใจครั้งนี้จึงเป็นการเดินหน้าภารกิจกอบกู้ SME ไทย ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนต่อ GDP เหลือเพียง 35% เท่านั้น

'สุปรีย์' เปิดเผยชัดว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของ SME ไทยกว่า 3 ล้านรายในขณะนี้คือ "ความลักลั่นของนิยาม" เพราะคำว่า SME ในแต่ละกฎหมายหรือแต่ละธนาคารนิยามไม่ตรงกัน ทำให้ความช่วยเหลือจากรัฐส่งไปไม่ถึงกลุ่มที่เดือดร้อนจริงๆ หรือเข้าไม่ถึงแหล่งทุนเพราะเงื่อนไขที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

sme-oecd-gdp-SPACEBAR-Photo01.jpg
sme-oecd-gdp-SPACEBAR-Photo02.jpg

รวมพลัง 10,000 รายชื่อ ยื่นกฎหมายภาคประชาชน

หัวใจของวาระปี 2569-2571 คือการผลักดันร่าง พ.ร.บ. สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ให้สำเร็จภายในปีนี้ โดยจะรวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการ 10,000 ราย เพื่อเสนอต่อสภานิติบัญญัติในฐานะ "กฎหมายภาคประชาชน"

"พ.ร.บ. ฉบับนี้คือทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก เราจะเปลี่ยน SMEs จากผู้ถูกกระทำสู่ผู้กำหนดอนาคตตนเอง" 'สุปรีย์' กล่าว พร้อมระบุว่ากฎหมายฉบับนี้จะสลายพันธนาการที่ทำให้คนตัวเล็กเสียเปรียบทุนใหญ่มาอย่างยาวนาน

เป้าหมายหลักคือยกสถานะสภา SME ให้เป็น "นิติบุคคลอิสระ" เพื่อเป็นปากเสียงทางการเมืองภาคประชาชนที่ตรวจสอบและคานอำนาจทุนใหญ่ได้อย่างเท่าเทียม รวมถึงปรับนิยาม SME ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณและความช่วยเหลือมีประสิทธิภาพสูงสุด

sme-oecd-gdp-SPACEBAR-Photo03.jpg

ปลดล็อก 4 ด้าน เปลี่ยนโฉมธุรกิจไทย

ร่างกฎหมายฉบับนี้มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างใน 4 มิติสำคัญ

 1. ทำลายกำแพงกฎหมาย เปิดช่องให้สภา SME ฟ้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) แทนสมาชิก แก้สถิติชนะคดีต่อทุนใหญ่ที่ปัจจุบันเกือบเป็น 0%

2. ปลดล็อกสภาพคล่อง กำหนด Credit Term 45 วัน คาดสร้างสภาพคล่องคืนสู่ระบบทันที 250,000 ล้านบาทต่อปี ลดช่องว่างเทียบกับสิงคโปร์ที่อยู่ที่ 29 วัน

3. ปฏิรูปนิยาม เปลี่ยนนิยามให้ครอบคลุม Startup และ Green SMEs โดยใช้เกณฑ์ "หรือ" แทน "และ" เพื่อไม่ให้ใครตกหล่นจากสิทธิการช่วยเหลือ

4. การันตีตลาด กำหนดสัดส่วนจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 30% ให้กับ SME อิสระ (Independent SMEs) สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนสู่ท้องถิ่นกว่า 300,000 ล้านบาท

sme-oecd-gdp-SPACEBAR-Photo04.jpg

Think Small First กฎหมายต้องเริ่มจากคนตัวเล็ก

'สุปรีย์' ย้ำหลักการ "Think Small First" ชี้ว่าที่ผ่านมากฎหมายมักเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนขนาดใหญ่เป็นหลัก แต่หากจะปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้รอด กฎหมายในอนาคตต้องสะท้อนผลกระทบต่อคนตัวเล็กก่อน

ด้าน 'ดร.ทองอยู่ คงขันธ์' ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย หนึ่งในภาคีเครือข่าย ย้ำถึงวิกฤตทุนข้ามชาติสวมสิทธิ์ (Nominee) และปัญหาต้นทุนพลังงานที่บิดเบือน ซึ่งกดดันผู้ประกอบการรายย่อยอยู่ในขณะนี้ สภา SME จึงจำเป็นต้องเป็นปากเสียงที่แข็งแกร่งเพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ยังมีการประสานงานใกล้ชิดกับ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อบังคับใช้ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า ปี 2560 อย่างเข้มงวด เพื่อสร้างสนามการค้าที่เท่าเทียม

sme-oecd-gdp-SPACEBAR-Photo06.jpg

ผนึกที่ปรึกษา-ประสาน 34 หน่วยงาน ตามแนวทาง OECD

ยุทธศาสตร์ปี 2569-2570 จะได้รับการขับเคลื่อนโดย 'นายอลงกรณ์ พลบุตร' และ 'รศ.ดร.เอกพร รักความสุข' ซึ่งจะดูแลการประสานงานกับ 34 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคเป็นไปตามแนวทางของ OECD มุ่งลดภาระและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME อย่างเป็นรูปธรรม

เปิดประตูสู่อาเซียน ประชากรอันดับ 3 ของโลก

สภา SME ปรับทิศทางหันมาเน้นความแข็งแกร่งในภูมิภาค ASEAN ซึ่งมีฐานประชากรอันดับ 3 ของโลกและมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน แทนการมองตลาดไกลอย่างยุโรปหรืออเมริกาเป็นหลัก โดยได้ร่วมหารือกับเอกอัครราชทูตกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึง Datuk Jojie Samuel เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการอาเซียนให้เป็นปึกแผ่น

sme-oecd-gdp-SPACEBAR-Photo05.jpg

ในงานประชุมครั้งนี้ Datuk Jojie Samuel ยังได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ "ภารกิจของ SME ในภูมิภาค ASEAN" อีกด้วย

วิทยากรพิเศษร่วมแลกเปลี่ยน ครบทุกมิติ

การประชุมครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรหลายภาคส่วน ได้แก่

-  'นางสาววรางคณา อิ่มอุดม' ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย บรรยายเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจไทยและโครงการ SME Credit Boost

- 'นายปวัน บุญประชา' นักวิชาการแข่งขันทางการค้า กขค. บรรยายเรื่องการแข่งขันที่เป็นธรรมสำหรับ SME

- 'นายธัชไท กีรติพงค์ไพบูลย์' ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สศช. บรรยายเรื่องการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD กับความท้าทายของ SME

เกราะคุ้มกัน ก่อนประตู OECD เปิดปี 2573

'สุปรีย์' ปิดท้ายว่า พ.ร.บ. สภา SME จะเป็นเกราะคุ้มกันที่ทำให้เสียงของผู้ประกอบการรายย่อยดังไปถึงปารีส (สำนักงานใหญ่ OECD) และจะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้การเข้าเป็นสมาชิก OECD อย่างสมบูรณ์ในปี 2573 กลายเป็นโอกาสทองของ SME ไทยอย่างแท้จริง

สภา SME เปิดรับลงชื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. และเชิญชวนภาคีเครือข่ายร่วมงาน "ASEAN Night" ที่จะจัดขึ้นในเร็วๆ นี้ เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางการค้ากับทูตและนักธุรกิจทั่วอาเซียน

ติดตามสภา SME ได้ที่ FB และ Line OA: **Thai SMEs Council**

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์