สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีกระบวนการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงาน “โครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce” และ “โครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทยเพื่อ SME ไทย” ภายหลังตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากรยื่นหนังสือผ่านคณะกรรมาธิการของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอให้ตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก
สสว. ระบุว่า การดำเนินโครงการทั้งสองเป็นการใช้เงินจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 ในลักษณะการให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย เพื่อดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ของประเทศ
หน่วยงานชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ แต่เป็นการคัดเลือก “หน่วยร่วมดำเนินงาน” ผ่านการประกาศเชิญชวนเป็นการทั่วไป โดยพิจารณาภายใต้กรอบกฎหมาย วัตถุประสงค์ของโครงการ และหลักธรรมาภิบาล พร้อมยืนยันว่าทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณา สสว. ระบุว่า ได้ประกาศเกณฑ์การให้คะแนนไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการใช้เกณฑ์เดียวกันในการประเมินศักยภาพ ความพร้อม และข้อเสนอของผู้ยื่นสมัครให้สอดคล้องกับขอบเขตงาน (TOR) กรรมการแต่ละคนให้คะแนนอย่างอิสระตามความเชี่ยวชาญ และใช้มติแบบฉันทามติในการตัดสินผล
ในส่วนขององค์ประกอบคณะกรรมการพิจารณา สสว. ระบุว่า ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญภายนอก บุคลากรภายในที่เกี่ยวข้องทั้งด้านกฎหมาย การจัดซื้อจัดจ้าง การติดตามประเมินผล ตลอดจนผู้บริหารที่ไม่ได้กำกับโครงการโดยตรง เพื่อให้เกิดความเป็นกลางในการพิจารณา พร้อมกำหนดให้กรรมการทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายและหลักจริยธรรม หากมีส่วนได้เสียต้องดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
สสว. ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่หรือการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก โดยยืนยันว่าไม่มีบุคลากรของ สสว. หรือผู้เกี่ยวข้องกระทำการดังกล่าว และกระบวนการพิจารณาดำเนินการในระบบปิด มีรายงานการประชุมและหลักฐานประกอบทุกขั้นตอน จึงไม่เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้ามาแทรกแซงการตัดสินใจของคณะกรรมการ
สำหรับกระบวนการอุทธรณ์ สสว. ระบุว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถยื่นอุทธรณ์ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา โดยหาก สสว. ไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน จะเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการบริหาร สสว. เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ สสว. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในส่วนของ “โครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทยเพื่อ SME ไทย” ยังไม่มีการประกาศผลการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานอย่างเป็นทางการ และมีกำหนดประกาศผลภายในวันที่ 4 สิงหาคม 2569
ตอนท้ายของเอกสาร สสว. ยืนยันว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการและหน่วยงานตรวจสอบทุกแห่ง โดยจะนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานทั้งหมด เพื่อยืนยันว่าการดำเนินโครงการเป็นไปตามกฎหมาย โปร่งใส เป็นธรรม และมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบนิเวศ e-Commerce ให้แก่ผู้ประกอบการ SME ไทยอย่างมีประสิทธิภาพ




