โครงการโซลาร์ ภาคประชาชน นอกจากเปลี่ยนหลังคาบ้านสร้างโอกาสมากกว่าลดค่าไฟ ตั้งแต่ธุรกิจติดตั้ง แบตเตอรี่ ไปจนถึงเทคโนโลยีบริหารพลังงาน ดันผู้ประกอบการไทยร่วมเติบโตในเศรษฐกิจสีเขียว
โครงการโซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือน อาจเป็นมากกว่ามาตรการช่วยลดภาระค่าไฟของประชาชน หากออกแบบให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในประเทศ เพราะการติดตั้งแผงโซลาร์จำนวนมากไม่ได้สร้างความต้องการเฉพาะอุปกรณ์ แต่ยังเปิดตลาดให้ธุรกิจติดตั้ง วิศวกรรม บำรุงรักษา ระบบจัดการพลังงาน และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเติบโตตามไปด้วย
ประสบการณ์จากต่างประเทศทั้งออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เยอรมันนี การส่งเสริมโซลาร์ภาคครัวเรือนสามารถพัฒนาเป็นตลาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ได้ โดยจุดแข็งที่เกิดขึ้นประสบการณ์ในการทำโครงการลักษณะเดียวกันในต่างประเทศ ให้โอกาสให้ประชาชนร่วมลงทุนในพลังงานหมุนเวียน เป็นบทเรียนที่ไทยสามารถนำมาปรับใช้สามารถนำมาปรับใช้กับโครงการ 1 ล้านครัวเรือนได้
โอกาสของธุรกิจไทยอยู่ตรงไหน
โครงการโซลาร์ภาคประชาชนมีโอกาสสร้างผลทางเศรษฐกิจให้ไทยได้อย่างน้อย 4 ด้าน
สร้างตลาดให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ตั้งแต่ธุรกิจสำรวจและออกแบบระบบ ผู้รับเหมาติดตั้ง ผู้ให้บริการด้านไฟฟ้า ไปจนถึงการตรวจสอบและบำรุงรักษา หากมีการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพและเปิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ธุรกิจท้องถิ่นก็มีโอกาสเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น
ช่วยให้ครัวเรือนบริหารรายจ่ายได้ดีขึ้น ไฟฟ้าที่ผลิตแล้วนำมาใช้เองสามารถลดปริมาณไฟฟ้าที่ต้องซื้อจากระบบ โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ไฟในช่วงกลางวัน อย่างไรก็ตาม ผลประหยัดจริงขึ้นอยู่กับต้นทุนติดตั้ง ขนาดระบบ พฤติกรรมการใช้ไฟ และเงื่อนไขของโครงการ
ต่อยอดสู่ธุรกิจเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ ระบบติดตามการผลิตไฟฟ้า ซอฟต์แวร์บริหารพลังงาน และบริการวิเคราะห์การใช้ไฟ ซึ่งอาจกลายเป็นตลาดใหม่เมื่อจำนวนผู้ใช้โซลาร์เพิ่มขึ้น
สุดท้าย คือ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย กิจการที่ใช้ไฟฟ้ามากในช่วงกลางวัน เช่น ร้านค้า อาคารสำนักงาน และธุรกิจบริการ อาจมีโอกาสลดต้นทุนพลังงานได้ หากพื้นที่และรูปแบบการใช้ไฟเหมาะสมกับการติดตั้งโซลาร์
ทำอย่างไรให้เงินลงทุนสร้างมูลค่าในประเทศ
แม้โซลาร์ 1 ล้านครัวเรือนจะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงย่อมขึ้นอยู่กับการออกแบบนโยบาย หากตลาดเติบโตโดยอาศัยอุปกรณ์นำเข้าเป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจไทยมีบทบาทเฉพาะการติดตั้ง มูลค่าเพิ่มในประเทศอาจยังจำกัดอยู่ในบางส่วนของห่วงโซ่
ในทางกลับกัน หากโครงการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาช่างและวิศวกรไทย สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย เปิดการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพ ตลอดจนสร้างตลาดบริการหลังการขาย ก็มีโอกาสต่อยอดไปสู่ธุรกิจพลังงานสะอาดที่มีรายได้ต่อเนื่อง
การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการออกแบบเงื่อนไขให้เหมาะกับรายได้ของแต่ละครัวเรือนเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะแม้โซลาร์จะช่วยลดค่าไฟในระยะยาว แต่ครัวเรือนยังต้องพิจารณาภาระผ่อนชำระ ต้นทุนบำรุงรักษา อายุการใช้งาน และความคุ้มค่าของระบบก่อนตัดสินใจลงทุน
โครงการโซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือนจึงมีศักยภาพมากกว่าการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เพราะสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดใหม่ที่เชื่อมโยงประชาชน ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน
ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยติดตั้งโซลาร์ได้ครบ 1 ล้านครัวเรือนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า หลังจากนี้จะมีธุรกิจไทยกี่รายที่เติบโต มีแรงงานกี่คนที่ได้รับการพัฒนาทักษะ และมีครัวเรือนกี่แห่งที่สามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน




