โซลาร์ภาคประชาชน สมัครออนไลน์ได้แล้ว ลดค่าไฟ ขายไฟคืนรัฐได้

6 ก.ค. 2569 - 09:24

  • ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ เปิดสมัครออนไลน์ สะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอนการยื่นคำขอ

  • ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดค่าไฟ พร้อมขายไฟส่วนเกินคืนระบบ

  • หนุนพลังงานสะอาด เพิ่มรายได้ และลดการปล่อยคาร์บอน

โซลาร์ภาคประชาชน สมัครออนไลน์ได้แล้ว ลดค่าไฟ ขายไฟคืนรัฐได้

‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ทางเลือกใหม่ลดค่าไฟ เปลี่ยนหลังคาบ้านให้สร้างรายได้ สมัครออนไลน์ได้แล้ว

กระแสการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคครัวเรือนกำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังโครงการ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ เปิดรับสมัครรอบใหม่ โดยประชาชนสามารถยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของการไฟฟ้าได้แล้ว ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันให้ประชาชนก้าวสู่การเป็น Prosumer หรือผู้ใช้ไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง และจำหน่ายไฟฟ้าส่วนที่เหลือกลับเข้าสู่ระบบไฟฟ้าได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของภาครัฐ

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือน และเพิ่มการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระยะยาว พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป โครงการนี้มีข้อดีหลายด้าน โดยประโยชน์สำคัญคือ การลดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน เนื่องจากไฟฟ้าที่ผลิตได้สามารถนำมาใช้ภายในบ้านก่อน ทำให้ซื้อไฟจากระบบน้อยลง โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน เช่น มีผู้สูงอายุทำงานอยู่บ้าน หรือใช้เครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันเป็นประจำ

อีกจุดเด่นคือ สามารถสร้างรายได้จากไฟฟ้าส่วนเกิน ที่ไม่ได้ใช้ภายในบ้าน โดยภาครัฐกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าไว้ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี ภายใต้ระบบ Net Billing ช่วยให้การลงทุนติดตั้งโซลาร์มีความคุ้มค่ามากขึ้น แม้ว่ารายได้หลักของระบบจะยังมาจากการประหยัดค่าไฟที่ผลิตใช้เองก็ตาม

ในรอบการเปิดรับสมัครปี 2569 ภาครัฐกำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้ารวม 500 เมกะวัตต์ ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเสนอขายไฟฟ้าได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ และจะพิจารณาคำขอตามลำดับ First Come First Served หรือ ‘มาก่อนได้ก่อน’ เมื่อเอกสารครบถ้วน

อีกความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ การเปิดให้ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ ทำให้ประชาชนสามารถดำเนินการได้สะดวก ลดขั้นตอนการเดินทางไปติดต่อสำนักงานการไฟฟ้า โดยผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ สามารถยื่นผ่านระบบของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ที่ https://myenergy.mea.or.th ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดดำเนินการผ่านระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ที่ https://ppim.pea.co.th/app/v1/project/solar/detail/6a3df059ee9f0e286c0a1766

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรศึกษาความเหมาะสมของบ้านก่อนติดตั้ง ทั้งสภาพหลังคา ทิศทางการรับแสงแดด ปริมาณการใช้ไฟฟ้า และเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน รวมถึงผู้ติดตั้งที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานมองว่า แนวโน้มของโซลาร์ภาคประชาชนจะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต เพราะไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน แต่ยังช่วยกระจายแหล่งผลิตไฟฟ้า ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์