การยุติการดำเนินงานของสายการบินสปิริต แอร์ไลน์ส สายการบินต้นทุนต่ำรายสำคัญของสหรัฐอเมริกา กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการบินภายในประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการบินประเมินว่า การหายไปของผู้เล่นรายนี้อาจผลักดันให้ค่าโดยสารเครื่องบินในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นในระยะต่อไป
สปิริต แอร์ไลน์ส ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2535 ได้ยุติการดำเนินงานเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ปิดฉากบทบาทของสายการบินที่เคยเป็นแรงกดดันสำคัญต่อโครงสร้างราคาตั๋วเครื่องบินในตลาดสหรัฐฯ
บทบาทการทำลายโครงสร้างตลาดของ Spirit
สปิริต แอร์ไลน์ส เป็นที่รู้จักจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “สปิริต เอฟเฟกต์” ซึ่งหมายถึงการเปิดทางให้ผู้โดยสารที่มีกำลังซื้อจำกัดสามารถเข้าถึงการเดินทางทางอากาศได้มากขึ้น ผ่านโมเดลธุรกิจที่เน้นค่าโดยสารพื้นฐานและแยกเก็บค่าบริการเสริมต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นอาหาร กระเป๋าสัมภาระ หรือบริการอำนวยความสะดวกอื่น ๆ
แนวทางดังกล่าวทำให้สายการบินแห่งนี้มีบทบาทโดดเด่นในฐานะผู้เปลี่ยนเกมของอุตสาหกรรมการบิน โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เคยระบุเมื่อปี 2566 ว่า สปิริตเป็นสายการบินที่มีบทบาท “เฉพาะตัวและสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาด”
ข้อมูลของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยังชี้ว่า ทุกครั้งที่สปิริตเข้าไปเปิดเส้นทางบินใหม่ ราคาตั๋วเครื่องบินในเส้นทางนั้นมักปรับลดลงทั้งระบบ และช่วยกระตุ้นความต้องการเดินทางทางอากาศอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉลี่ยแล้ว การเข้าสู่ตลาดของสปิริตทำให้ค่าโดยสารลดลงทันทีราว 17% ขณะที่การถอนตัวออกจากตลาดมักส่งผลให้ราคาตั๋วเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 30%
ความกังวลเรื่องราคาน้ำมันเชื้อเพลิง
การปิดกิจการของสปิริตเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น อันเป็นผลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ เปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินของสายการบินสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ และสูงขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ศาสตราจารย์กิตติคุณ แจน บรึคเนอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ ประเมินว่า แม้สายการบินต่าง ๆ จะยังคงนำเสนอตั๋วโดยสารประเภท “เบสิก อีโคโนมี” ซึ่งเคยใช้แข่งขันกับสปิริตและสายการบินต้นทุนต่ำรายอื่น แต่ระดับราคามีแนวโน้มขยับสูงขึ้น
เขากล่าวว่า ตั๋วประเภทนี้น่าจะยังคงอยู่ในตลาดต่อไป แต่ความน่าสนใจสำหรับผู้บริโภคอาจลดลง หากราคาปรับเพิ่มขึ้น
การแย่งส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง
ริชาร์ด มาสเลน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ของเซ็นเตอร์ ฟอร์ เอวิเอชัน ระบุว่า ตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา สปิริตมีบทบาทสำคัญในการกดดันให้สายการบินรายใหญ่ต้องตอบสนองด้วยการตั้งราคาที่ต่ำลง และออกแบบโครงสร้างค่าโดยสารที่ละเอียดมากขึ้น
หลังการปิดกิจการของสปิริต ตลาดการบินสหรัฐฯ เริ่มขยับตัวทันที โดยสายการบินต่าง ๆ เร่งจัดการจองใหม่ให้ผู้โดยสาร พร้อมเดินหน้าแย่งชิงเส้นทางบินที่เคยทำกำไรให้สปิริต
ในกลุ่มสายการบินที่เคลื่อนไหวเร็ว ได้แก่ บรีซ แอร์เวย์ส, อะเวลโล แอร์ไลน์ส และฟรอนเทียร์ แอร์ไลน์ส ซึ่งโดยปกติแล้วมักตั้งราคาสูงกว่าสปิริตเล็กน้อย
ด้าน เจมส์ เดมป์ซีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฟรอนเทียร์ แอร์ไลน์ส กล่าวในการประชุมนักวิเคราะห์ว่า สปิริตมีบทบาทสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคจำนวนมากเข้าถึงการเดินทางทางอากาศในราคาที่เอื้อมถึง ท่ามกลางอุตสาหกรรมที่ถูกครอบครองโดยสายการบินขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย
ทั้งนี้ ฟรอนเทียร์มีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่อีก 9 เส้นทางในช่วงฤดูร้อนปีนี้ พร้อมเพิ่มเที่ยวบินอีก 15 เที่ยวต่อวัน ใน 18 เส้นทางเดิมที่สปิริตเคยให้บริการ สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดกำลังเริ่มต้นขึ้นทันทีหลังการถอนตัวของสายการบินต้นทุนต่ำรายสำคัญรายนี้




