จับตาเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมวันนี้ คนทำงานหวังเปลี่ยนอะไรจากเงินสมทบที่จ่ายทุกเดือน
เปิดคูหา 11 ต.ค. เลือกผู้แทนกำหนดทิศทางประกันสังคม จับตาบำนาญที่เป็นธรรม การรักษาที่เข้าถึงได้ และกองทุนที่ตรวจสอบได้ ขณะที่คำมั่นเพิ่มสวัสดิการต้องตอบให้ชัดว่าจะทำอย่างไรและใช้เงินจากไหน
เช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 การเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนเข้าสู่คณะกรรมการประกันสังคม จะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 08.00–16.00 น. หลังเลื่อนจากวันที่ 27 กันยายน เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย การลงคะแนนครั้งนี้เป็นโอกาสให้คนทำงานส่งเสียงถึงอนาคตของระบบที่พวกเขาส่งเงินสมทบทุกเดือน ตั้งแต่วันที่เจ็บป่วย ตกงาน มีลูก ไปจนถึงวันที่เกษียณ
คำถามที่อยู่เบื้องหลังการเลือกผู้แทนเข้าสู่บอร์ด คือเงินสมทบจะเปลี่ยนเป็นความคุ้มครองที่ใช้ได้จริงอย่างไร บำนาญจะดูแลชีวิตหลังเกษียณได้เพียงใด และผู้ประกันตนจะตรวจสอบการบริหารเงินของตนเองได้มากขึ้นหรือไม่
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมว่า กระทรวงแรงงานเตรียมหน่วยเลือกตั้ง 5,233 หน่วยทั่วประเทศ รองรับผู้มีสิทธิประมาณ 11–12 ล้านคน พร้อมย้ายสถานที่เลือกตั้ง 32 จุดเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากน้ำท่วม และคาดว่าจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการภายในหนึ่งวันหลังปิดหีบ
ทั้งนี้ จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งดังกล่าวไม่ใช่จำนวนผู้ประกันตนทั้งหมด ส่วนผลคะแนนหลังปิดหีบเป็นผลอย่างไม่เป็นทางการ โดยต้องติดตามการประกาศรับรองผลอีกครั้ง
บำนาญ-การรักษา ความเปลี่ยนแปลงที่คนทำงานอยากสัมผัส
ข้อเสนอของผู้สมัครสะท้อนว่า บำนาญชราภาพเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการเลือกตั้ง โดยมีทั้งแนวคิดเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับเงิน และข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบผลกระทบของสูตรคำนวณต่อผู้ประกันตนแต่ละกลุ่ม
รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า เผยถึงแนวคิด ‘บำนาญไฮบริด’ เปิดทางรับเงินบางส่วนล่วงหน้าเพื่อจัดการค่าใช้จ่ายช่วงเริ่มเกษียณ ควบคู่กับการรักษารายได้บำนาญในระยะต่อไป
ขณะที่ วสันต์ มหิงษา จากทีมพลังผู้ประกันตน เสนอให้ผู้ประกันตนมีทางเลือกใช้สูตรคำนวณที่ได้รับประโยชน์สูงสุด โดยแสดงความกังวลว่าสูตร CARE อาจกระทบผู้ประกันตนมาตรา 33 บางกลุ่ม
ข้อเสนอเหล่านี้ทำให้ต้องจับตาว่า การปรับสูตรบำนาญจะส่งผลต่อผู้ประกันตนที่มีประวัติค่าจ้างและระยะเวลาส่งเงินสมทบแตกต่างกันอย่างไร และจะมีมาตรการรองรับผู้ได้รับผลกระทบหรือไม่ ส่วนการเปิดให้เลือกสูตรคำนวณยังเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย
อีกด้านหนึ่ง การรักษาพยาบาล เป็นโจทย์ที่ผู้ประกันตนต้องเผชิญระหว่างชีวิตการทำงาน ทั้งการเข้าถึงบริการ ระยะเวลารอคอย และภาระค่าใช้จ่าย ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่สิทธิซึ่งระบุไว้จะเปลี่ยนเป็นการรักษาที่เข้าถึงได้อย่างไร
ในเวทีประชันวิสัยทัศน์ที่ Thai PBS และภาคีจัดเมื่อวันที่ 12 กันยายน ตัวแทนผู้สมัครแต่ละทีมเสนอแนวทางยกระดับสิทธิและบริการประกันสังคม โดย สกุลรัตน์ ยศเรืองศักดิ์ ทีมพลังผู้ประกันตน ให้ความสำคัญกับการแก้ภาระสำรองจ่าย ขณะที่ พรทิพย์ โม่งใหญ่ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า เสนอขยายความคุ้มครองและการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตน
ส่วน ณสิกาญจน์ สิทธิฐาปนพงศ์ ทีมเคลียร์ประกันสังคม เน้นการใช้เงินให้ตรงวัตถุประสงค์และการดูแลสุขภาพเชิงรุก
ด้าน จตุรงค์ ไพรสิงห์ ทีมประกันสังคมชัดเจน เสนอให้ข้อมูลการบริหารเงิน สิทธิประโยชน์ และบำนาญชัดเจนตรวจสอบได้ ขณะที่ กฤษฎา ด้วงหิรัญ ทีมแรงงานเพื่อสังคม ให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล การเปิดข้อมูล และการเข้าถึงการรักษา
ข้อเสนอเหล่านี้สะท้อนโจทย์ร่วมเรื่องคุณภาพบริการและความเชื่อมั่น แม้แต่ละทีมจะมีวิธีดำเนินการต่างกัน
ตรวจสอบเงินสมทบ พร้อมตอบโจทย์ความมั่นคงระยะยาว
การเลือกตั้งยังเป็นโอกาสกำหนดทิศทางการบริหารกองทุน ทั้งนโยบายลงทุน การควบคุมความเสี่ยง และการเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ส่งเงินสมทบเข้าใจได้
ทีมประกันสังคมก้าวหน้า เสนอเพิ่มความโปร่งใสในการประชุมและการบริหาร ขณะที่ ทีมพลังผู้ประกันตน เสนอพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลเงินสมทบและกองทุนได้สะดวกขึ้น
ด้าน กลุ่มพัฒนาประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง ให้ความสำคัญกับสมดุลระหว่างสิทธิประโยชน์ ความยั่งยืนทางการเงิน และต้นทุนของสถานประกอบการ ตามรายงานรวบรวมนโยบายของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 19 กันยายน
เมื่อหลายทีมเสนอเพิ่มสวัสดิการ ประเด็นที่ควรติดตามต่อคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจะมาจากแหล่งใด ผลต่อเงินสมทบเป็นอย่างไร และจะรักษาความสามารถในการจ่ายสิทธิประโยชน์ระยะยาวได้เพียงใด การประเมินจึงควรดูรายรับ รายจ่าย ภาระผูกพัน และสมมติฐานด้านประชากรกับผลตอบแทนร่วมกัน
สำหรับบอร์ดชุดใหม่ เกณฑ์ติดตามผลงานควรครอบคลุมทั้งการลดขั้นตอนบริการ การเปิดเผยข้อมูล และแผนระยะยาว ผู้ประกันตนควรเห็นได้ว่าแต่ละนโยบายมีผู้รับผิดชอบ กรอบเวลา และตัวชี้วัดอะไร พร้อมมีช่องทางร้องเรียนที่ติดตามผลได้
ผู้แทนผู้ประกันตน 7 คนเปลี่ยนอะไรได้
โครงสร้างคณะกรรมการประกันสังคมมี 21 คน ประกอบด้วยฝ่ายรัฐ 7 คน ผู้แทนนายจ้าง 7 คน และผู้แทนผู้ประกันตน 7 คน
การเลือกตั้งใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง โดยผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกผู้สมัครในฝ่ายของตนได้ไม่เกิน 7 คน ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุด 7 อันดับแรกของแต่ละฝ่ายเป็นผู้ได้รับเลือก
บอร์ดมีบทบาท เสนอความเห็นด้านนโยบายต่อรัฐมนตรี วางระเบียบเกี่ยวกับกองทุน และพิจารณางบดุลกับรายรับรายจ่ายประจำปี ผู้แทนผู้ประกันตนจึงต้องทำงานร่วมกับอีกสองฝ่าย และนโยบายบางเรื่องต้องผ่านการแก้กฎระเบียบหรือกฎหมายตามขั้นตอน
การชนะเลือกตั้งจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดัน ไม่ได้ทำให้ข้อเสนอทุกข้อเป็นสิทธิใหม่ทันที
สิ่งที่ควรจับตาตลอดวันนี้คือจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ความสะดวกในการเข้าถึงหน่วยเลือกตั้ง ผลกระทบจากฝนและน้ำท่วม ตลอดจนความโปร่งใสของการนับคะแนน หลังทราบผลแล้ว คำถามถัดไปคือผู้ได้รับเลือกจะจัดลำดับปัญหาเร่งด่วนและทำงานร่วมกันอย่างไร
วันเลือกตั้ง 11 ตุลาคม ผู้มีสิทธิต้องเตรียมอะไร
ก่อนเดินทางไปใช้สิทธิ ผู้มีสิทธิควรตรวจสอบข้อมูลและเตรียมตัวดังนี้
· ตรวจสอบรายชื่อและหน่วยลงคะแนนล่าสุดที่ ระบบตรวจสอบสิทธิสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการย้ายหน่วยเลือกตั้ง
· เตรียมบัตรประชาชนหรือหลักฐานแสดงตนที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
· ลงคะแนนโดยเขียนหมายเลขผู้สมัครเป็นเลขอารบิก เลือกได้ไม่เกิน 7 หมายเลข
หากมีข้อสงสัย ติดต่อสายด่วน 1506 กด 9
สำหรับคนทำงาน ความหมายของการเลือกตั้งครั้งนี้จะปรากฏชัดเมื่อเสียงในคูหาเปลี่ยนเป็นบริการที่เข้าถึงง่ายขึ้น ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และหลักประกันหลังเกษียณที่มั่นใจได้มากขึ้น นั่นคือภารกิจที่บอร์ดชุดใหม่ต้องพิสูจน์หลังวันเลือกตั้ง




