กระแสการขยับสถานะ ‘โป๊กเกอร์’ ให้เป็นกีฬา กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงเศรษฐกิจและนโยบาย เมื่อมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ออกมาโพสต์โซเชียล ตั้งคำถามถึงความไม่ชอบมาพากลหลายด้าน หลังพบความเร่งรีบผิดปกติจากการอนุมัติของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และคำสั่งปลดล็อคของกระทรวงมหาดไทย ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นขั้นตอน
Timeline น่าสงสัย เริ่มจาก...
- วันที่ 23 ก.ค. 2568 กกท.มีมติรับรองโป๊กเกอร์เป็นกีฬา
- จากนั้น 30 ก.ค. กระทรวงมหาดไทยออกคำสั่งปลดล็อคให้สามารถอนุญาตแข่งขันโป๊กเกอร์ได้
- และ 31 ก.ค. ก็มีการเปิดการแข่งขันโป๊กเกอร์กลางกรุงทันที ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเดินหมากที่สอดรับกันอย่างพอดี
ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ มูลนิธิหยุดพนัน ได้ยื่นข้อร้องเรียนต่อกรรมาธิการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 3 ก.ย. โดยมี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. หลักเกณฑ์การอนุมัติ - การใช้ประกาศปี 2566 แทนที่ปี 2561 เพื่อรองรับการบรรจุโป๊กเกอร์เป็นกีฬา และการอ้างการรับรองจาก IFMP
2. การจัดงานในสุญญากาศ - สมาคมกีฬาโป๊กเกอร์ยังไม่จดทะเบียน กกท.เพียงสังเกตการณ์ ไม่ได้กำกับดูแล ขณะที่งานแข่งขันไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบชัดเจน
3. ข้อถกเถียงใหญ่ - ความแตกต่างระหว่าง ‘โป๊กเกอร์กีฬา’ กับ ‘โป๊กเกอร์พนัน’ ซึ่ง กกท.ยอมรับว่ายังไม่มีคำตอบ ต้องศึกษาเพิ่ม
คำถามจึงเกิดขึ้นว่า เหตุใดการอนุมัติและปลดล็อคจึงเกิดขึ้นรวดเร็ว ทั้งที่ยังไม่มีกฎเกณฑ์ควบคุมชัดเจน โดยมูลนิธิฯเทียบกรณีนี้กับบทเรียน ‘กัญชา’ ที่ปลดล็อคไปก่อนกฎหมายตามมา ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง
อีกด้านหนึ่ง ภาคธุรกิจเริ่มขยับทันที มีการประกาศเปิดอบรม ‘ธุรกิจโป๊กเกอร์’ ในช่วงตุลาคม–ธันวาคม ค่าสมัครสูงถึง 180,000 บาทต่อคน สะท้อนว่ามีเม็ดเงินและผลประโยชน์จำนวนมากรออยู่เบื้องหลัง
ท้ายที่สุด ทั้ง กกท. และกระทรวงมหาดไทย เสนอว่าจะตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อกำหนดกติกาควบคุมโป๊กเกอร์ แต่คำถามสำคัญยังคงอยู่ ทำไมไม่ดำเนินการเช่นนี้ก่อนอนุมัติและปลดล็อค? การเร่งรัดครั้งนี้ “เพื่อใคร” กันแน่?





