เวที Summer Davos ที่จีน: AI และภูมิรัฐศาสตร์โลกสั่นคลอนเศรษฐกิจ

24 มิ.ย. 2569 - 11:23

  • WEF จัดประชุม Summer Davos ที่เมืองต้าเหลียน ประเทศจีน รวมผู้นำนโยบายและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจโลก

  • นักวิชาการฮาร์วาร์ดเตือนความเสี่ยงกับดักทูซิดิดีสอาจนำจีนและสหรัฐฯ สู่สงคราม แต่การพบปะระดับสูงล่าสุดให้ความหวัง

  • ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจโลกปีนี้ต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตโควิด

เวที Summer Davos ที่จีน: AI และภูมิรัฐศาสตร์โลกสั่นคลอนเศรษฐกิจ

ความก้าวหน้าของ AI และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ครองวาระการประชุม Summer Davos ที่จีน ท่ามกลางคำเตือนว่าการแตกแยกของเศรษฐกิจโลกอาจฉุดรั้งการเติบโตที่ทุกฝ่ายรอคอย

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นประเด็นร้อนบนเวทีการประชุม "Summer Davos" หรือ Annual Meeting of the New Champions ที่จัดโดยฟอรั่มเศรษฐกิจโลก (WEF) ณ เมืองต้าเหลียน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งรวบรวมผู้กำหนดนโยบายและผู้เชี่ยวชาญจากภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจโลกเข้าไว้ด้วยกัน

AI เปลี่ยนโลก แต่ใครได้รับประโยชน์จริง?

มีเร็ก ดูเชก กรรมการผู้จัดการของ WEF กล่าวว่า AI "กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจอย่างแท้จริง" พร้อมเปิดโอกาสใหม่ทั้งในด้านการศึกษา สาธารณสุข และอีกหลายสาขา อย่างไรก็ตาม เขาตั้งคำถามสำคัญว่า ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกจะมั่นใจได้อย่างไรว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างแท้จริง

ดูเชกยังเตือนถึง "ความเสี่ยงที่สังคมจะต่อต้านเทคโนโลยีเหล่านี้" โดยชี้ว่ากระแสความกังวลต่อผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานและความมั่นคงทางไซเบอร์กำลังเพิ่มขึ้นทั้งในแง่การเจาะระบบป้องกันทางไซเบอร์และการนำ AI ไปใช้ในความขัดแย้งทางทหาร

นอกจากนี้ สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านยังซ้ำเติมแรงกดดันต่อระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ส่งผลให้การขนส่งสินค้าจากตะวันออกกลางที่อุดมด้วยน้ำมันหยุดชะงัก จนธนาคารโลกต้องปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปีนี้ลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตโควิด

ดูเชกสรุปสถานการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับ "สภาพแวดล้อมที่ซบเซา" พร้อมเตือนว่าหากโลกเดินหน้าสู่ความแตกแยกอย่างรุนแรง โอกาสการเติบโตที่สูญเสียไปจะเป็นผลเสียหายที่ทุกฝ่ายต้องแบกรับ

หลี่เฉียงขึ้นเวทีส่งสารถึงนักธุรกิจโลก

นายกรัฐมนตรีหลี่เฉียง ผู้นำอันดับสองของจีน มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์สำคัญบนเวที WEF ในวันพุธ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ปักกิ่งจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจจีนต่อกลุ่มผู้นำธุรกิจและเทคโนโลยีจากทั่วโลก

เศรษฐกิจจีนซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลก กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้านในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้จะมีการส่งออกและเทคโนโลยี AI ที่เติบโตอย่างโดดเด่น แต่การบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแออย่างต่อเนื่องและวิกฤตหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงฉุดรั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจตั้งแต่ยุคหลังโควิด

'Thucydides Trap' กับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่ยังลุ้น

เกรแฮม แอลลิสัน ศาสตราจารย์จาก Harvard Kennedy School ผู้บัญญัติคำว่า "กับดักทูซิดิดีส" (Thucydides Trap) ให้สัมภาษณ์ AFP ที่เมืองต้าเหลียนว่า ความเสี่ยงสงครามระหว่างสองมหาอำนาจยังคงมีอยู่จริง โดยอธิบายว่ากับดักดังกล่าวหมายถึง "พลวัตอันตรายที่เกิดขึ้นเมื่อมหาอำนาจที่กำลังผงาด อย่างจีนในช่วงรุ่นที่ผ่านมา กระทบกระทั่งกับมหาอำนาจที่ครองโลกอยู่" อย่างสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม แอลลิสันมองว่ามีสัญญาณเชิงบวก หลังจากการพบปะระดับสูงระหว่างสีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ที่กรุงปักกิ่งเมื่อเดือนก่อน โดยสีจิ้นผิงตั้งคำถามต่อทรัมป์ว่าทั้งสองประเทศจะสามารถ "ก้าวข้ามกับดักทูซิดิดีส และสร้างรูปแบบความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างมหาอำนาจ" ได้หรือไม่

แอลลิสันระบุว่าสีจิ้นผิง "เข้าใจปัญหานี้อย่างชัดเจน" และการที่ผู้นำจีนหยิบยกแนวคิดทางประวัติศาสตร์นี้ขึ้นมา "ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" ด้านทรัมป์นั้น แม้จะมีพฤติกรรมที่คาดเดาได้ยาก แต่แอลลิสันมองว่าทรัมป์ "เข้าใจดีว่าจีนไม่เหมือนคู่แข่งรายอื่น" โดยเฉพาะหลังจีนตอบโต้ด้วยการจำกัดการส่งออกแร่หายากในช่วงที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้า ทำให้ทรัมป์ตระหนักว่ากำลังเผชิญกับ "คู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน"

"ผู้นำทั้งสองกำลังพยายามนิยามความสัมพันธ์ใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงกับดักทูซิดิดีส" แอลลิสันสรุป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์