ปี 67 ต่างชาติหอบเงินลงทุนไทย 2.28 แสนล้าน

28 ม.ค. 2568 - 10:55

  • กรมพัฒน์ฯ เผยตัวเลขต่างชาติเข้าลงทุนไทย ปี 2567 อยู่ที่ 2.28 แสนล้าน เพิ่มขึ้นจากปี 66 ถึง 1 แสนล้าน (79%)

  • ญี่ปุ่น ครองแชมป์อันดับ 1 ลงทุน 1.21 แสนล้านบาท

  • สะท้อนความเชื่อมั่นที่ชาวต่างชาติมีต่อเศรษฐกิจไทย

super_dbd_2024_foreign_business_investment_thailand_SPACEBAR_Hero_0728bc2800.jpg

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เปิดเผยว่า ปี 2567 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 954 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 227 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 727 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 228,106 ล้านบาท โดยปี 2567 ชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

 อันดับ 1 ญี่ปุ่น 254 ราย 27% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 121,190 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  \- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้บริการทดสอบทางเทคนิคเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องยนต์และการใช้พลังงานของยานยนต์ไฟฟ้าของลูกค้า เป็นต้น \- ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยเป็นการจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น เพื่อค้าส่งในประเทศ \- ธุรกิจขายอาหารและเครื่องดื่ม \- ธุรกิจบริการพัฒนาดิจิทัลคอนเทนต์ / พัฒนาซอฟต์แวร์ \- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า อาทิ แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนโลหะ ชิ้นส่วนยานพาหนะ ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ

super_dbd_2024_foreign_business_investment_thailand_SPACEBAR_Photo02_0985e1f26a.jpg

อันดับ 2 สิงคโปร์ 137 ราย 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 22,485 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  \- บริการทางวิศวกรรมและเทคนิคด้านต่างๆ เช่น การออกแบบทางวิศวกรรม และการวางระบบโครงสร้างการผลิต เป็นต้น \- ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยเป็นการจัดซื้อสินค้า วัตถุดิบ และชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์ เป็นต้น เพื่อค้าส่งในประเทศ \- ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม \- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ \- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า (อาทิ ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ชิ้นส่วนยานพาหนะ ผลิตภัณฑ์โลหะ บรรจุภัณฑ์พลาสติก)

อันดับ 3 จีน 123 ราย 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 19,547 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  \- ธุรกิจบริการติดตั้ง ทดสอบ ซ่อมแซม บำรุงรักษาระบบสายพานที่ใช้สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ไฟฟ้า \- ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยเป็นการจัดซื้อสินค้า วัตถุดิบ และชิ้นส่วน สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น เพื่อค้าส่งในประเทศ \- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ \- ธุรกิจบริการทำเทคนิคด้านภาพสำหรับภาพยนตร์ \- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า (แม่พิมพ์ แบตเตอรี่ความจุสูง เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานพาหนะ)

อันดับ 4 สหรัฐอเมริกา 121 ราย 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 24,675 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  \- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การติดตั้ง บำรุงรักษา แก้ไข และปรับแต่งเว็บไซต์ เป็นต้น \- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า (อาทิ อาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูป เครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องกล ชิ้นส่วน อุปกรณ์ และอะไหล่ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม ยา อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์) \- ธุรกิจโฆษณา \- ธุรกิจขายอาหารและเครื่องดื่ม \- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า อาทิ พวงมาลัยรถยนต์ ลูกอม ขนมขบเคี้ยว หมากฝรั่ง อาหารสำเร็จรูป Electro Magnetic Product แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน

อันดับ 5 ฮ่องกง 69 ราย 7% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 15,281 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ \- ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยเป็นการจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ สิ่งทอ ยานยนต์ และเครื่องกีฬา เป็นต้น เพื่อค้าส่งในประเทศ \- ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม ก่อสร้าง ติดตั้ง ทดสอบการใช้งานระบบ การซ่อมแซม บำรุงรักษาแผงโซล่าเซลล์ \- ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้า ด้วยระบบที่ทันสมัย \- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ \- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า อาทิ แม่พิมพ์ อะไหล่และส่วนประกอบรถยนต์ ชิ้นส่วนสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ชุดแบตเตอรี่ความจุสูง

การเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในไทยช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมข้างต้น มีส่วนช่วยในการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการขุดเจาะปิโตรเลียม องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ องค์ความรู้เกี่ยวกับการทดสอบคุณภาพของวัตถุดิบสำหรับผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการออกแบบระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในโครงการรถไฟฟ้า เป็นต้น 

เมื่อเทียบกับปี 2566 พบว่า ปี 2567 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในไทยเพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 287 ราย (43%) (ปี 2567 อนุญาต 954 ราย / ปี 2566 อนุญาต 667 ราย) และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 100,574 ล้านบาท (79%) (ปี 2567 ลงทุน 228,106 ล้านบาท/ ปี 2566 ลงทุน 127,532 ล้านบาท) ขณะที่มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวลดลง 1,805 ราย (26%) (ปี 2567 จ้างงาน 5,040 คน / ปี 2566 จ้างงาน 6,845 คน) โดยจำนวนนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนสูงสุดและนำเงินเข้ามาลงทุนสูงสุดทั้งปี 2567 และ 2566 คือ นักลงทุนชาวญี่ปุ่น (ปี 2567 นักลงทุน 254 ราย เงินลงทุน 121,190 ล้านบาท / ปี 2566 นักลงทุน 137 ราย เงินลงทุน 32,148 ล้านบาท)

super_dbd_2024_foreign_business_investment_thailand_SPACEBAR_Photo01_82750dfb52.jpg

การลงทุนในพื้นที่ EEC ปี 2567

อธิบดีอรมน กล่าวต่อว่า สำหรับการลงทุนในพื้นที่ EEC ปี 2567 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจเข้าลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 301 ราย คิดเป็น 32% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติที่ได้รับอนุญาตในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 167 ราย (124%)  (ปี 2567 ลงทุน 301 ราย / ปี 2566 ลงทุน 134 ราย) และมีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 56,490 ล้านบาท คิดเป็น 25% ของเงินลงทุนทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 17,877 ล้านบาท (46%) (ปี 2567 เงินลงทุน 56,490 ล้านบาท / ปี 2566 เงินลงทุน 38,613 ล้านบาท) โดยเป็นนักลงทุนจาก *ญี่ปุ่น 103 ราย ลงทุน 20,593 ล้านบาท *จีน 72 ราย ลงทุน 12,107 ล้านบาท *ฮ่องกง 20 ราย ลงทุน 5,698 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 106 ราย ลงทุน 18,092 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุนในพื้นที่ EEC อาทิ \- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม โดยเป็นการออกแบบทางวิศวกรรมสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ \- ธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบส่วนประกอบและชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อค้าส่งในประเทศ \- ธุรกิจบริการระบบซอฟต์แวร์ฐาน (Software Platform) \- ธุรกิจบริการชุบแข็ง (Heat Treatment) \- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนยานพาหนะ ชิ้นส่วนโลหะ ชิ้นส่วนพลาสติก เป็นต้น

 เฉพาะเดือนธันวาคม 2567 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 70 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 25 ราย และ การขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 45 ราย เงินลงทุนทั้งสิ้น 14,142 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮ่องกง ตามลำดับ มีการจ้างงานคนไทย 1,369 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการ สำหรับขนส่งสินค้าทางอากาศ องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีอัดฉีดซีเมนต์นอกชายฝั่ง องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบเทเลมาตกส์ (Telematics)  และองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำ Digital Advertising เป็นต้น 

ธุรกิจที่คนต่างชาติได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเดือนธันวาคม 2567 ได้แก่   \- ธุรกิจบริการบำรุงรักษาหลุมขุดเจาะปิโตรเลียม \- ธุรกิจบริการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) \- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ \- ธุรกิจบริการรับจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศ (Air Freight Forwarder) ในการจองพื้นที่ระวางเครื่องบินสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ และการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศ \- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนโลหะ ชิ้นส่วนยานพาหนะ เป็นต้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์