เลือกตั้ง ยั่งยืน วาทะกรรม หรือ Greenwashing

18 ธ.ค. 2568 - 14:07

  • ไทยประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 47% ภายใน 2578 และบรรลุ Net Zero ในปี 2593

  • ป้ายหาเสียงพลาสติกในการเลือกตั้งสร้างขยะถึง 10 ล้านปอนด์ต่อปีในหลายประเทศ

  • การหาเสียงดิจิทัลเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ

เลือกตั้ง ยั่งยืน  วาทะกรรม หรือ Greenwashing

จุดเปลี่ยนของไทยเมื่อคำมั่นสัญญาสิ่งแวดล้อมเผชิญความจริง

น้ำท่วม ดินถล่ม พายุเข้า พิบัติภัยวันนี้เกิดจากความปกติของโลก ดังนั้นในการการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จึงไม่ใช่การแข่งขันทางการเมืองเหมือนก่อน แต่เป็นการทดสอบความจริงใจในคำมั่นสัญญา ด้านสภาพภูมิอากาศที่ประกาศไว้ ของคนที่หาเสียงครั้งที่ผ่านมา และสิ่งที่จะใส่เพิ่มเข้าไปเพื่อคะแนนนิยมครั้งนี้

วิธีสังเกตถึงความจริงใจที่นักการเมืองมีต่อนโยบาย ความยั่งยืน หรือเปล่า ดูได้ตั้งแต่การหาเสียง ป้ายหาเสียง เอกสารแนะนำตัว การเดินทางเพื่อหาเสียง การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ ยืนยันได้ดีกว่า คำพูดสวยๆ ในเอกสารนโยบายของพรรค สิ่งเหล่านั้น ทำให้น่าดูได้ รอยเท้าคาร์บอรจากจากการหาเสียง ยืนยันความจริงใจ ตั้งใจจะทำงานเรื่องความยั่งยืนที่นักการเมืองได้ด้วยตัวของมันเอง

ทำไมต้องหาเสียงเรื่องความยั่งยืน

ประเทศไทย ได้แสดงจุดยืนในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมื่อพฤศจิกายน 2567 ดังนั้นไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลต้องทำตามสัญญา เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่สัญญากับประชาชน แต่เป็นการสัญญาณกับโลก ถ้าทำไม่ได้ หรือไม่สำเร็จ เท่ากับ ผิดสัญญา ตาม NDC ฉบับล่าสุด ไทยมุ่งหมายจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้อยู่ที่ 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี 2578 และเลื่อนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ขึ้นมาเป็นปี 2593 เร็วขึ้น จาก NDC ฉบับก่อนหน้า ขอบเขตของ NDC ครอบคลุม พลังงาน อุตสาหกรรม การเกษตรกรรม การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและป่าไและรวมถึงการจัดการของเสีย

จับตารอยเท้าคาร์บอน มากว่าคำพูดสวยๆ

การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทุกพรรคการเมือง ชูนโยบายด้านความยั่งยืน แต่พอเข้าสภามาได้กลับไม่ได้ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเรื่องนี้ พรรคการเมืองมีกิจกรรมหาเสียงที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ป้ายหาเสียง ในประเทศไทย ทำจากโพลีไวนิลคลอไรด์ พลาสติก ที่เทศบาลทุกระดับประทับใจคือไม่มีความสามารถในการรีไซเคิลได้ ถึงเวลาหาเสียงป้ายเหล่านี้ติดอยู่ทั่วเมือง ขยะพลาสติกจากป้ายหาเสียงสร้างขยะที่สุดท้ายไปจบด้วยการขุดหลุมฝังซ่อนความอับอายที่ไม่มีความสามารถในการทำลายไปอีกเป็นสิบๆปี

เดินหาเสียง ไม่ต้องใช้รถ ไม่ปล่อยควันเสีย เข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ทั่วถึง วิธีนี้ดูเหมือนจะดี แต่พื้นที่หาเสียงของประเทศไทย ครอบคลุมทั่วประเทศเดินไปเหนือจดใต้ ตะวันออกจดตะวันตกเป็นไปไม่ได้ นักหาเสียงหลายพันคนที่เดินทางนับแสนกิลิโมเตรรวมกัน โดยแต่ละกิโลเมตรสร้างการปล่อยคาร์บอนผ่านการเผาไหม้เชื้อเพลิง ยังไงการหาเสียงก็ต้องเดินทางด้วย เชื้อเพลิงและปล่อยคาร์บอนอยู่ดี

ช่องทางดิจิทัล นิพพาน ของนักหาเสียง

การหาเสียงผ่านช่องทางดิจิทัล น่าจะดีที่สุด ในการลดคาร์บอน การเลือกตั้งครั้งที่แล้วพรรคการเมืองหนึ่งได้รับคะแนนนิยมถล่มทะลาย เพราะใช้ช่องทาง ออนไลน์ สร้างฐานผู้ติดตาม เชื่อมโยงการมีส่วนร่วม กับประชาชน การส่งข้อมูลไปถึงกลุ่มเป้าหมาย สื่อดิจิทัล แพลตฟอร์มหาเสียงดิจิทัลได้รับการยอมรับ กลายเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลง ลดคาร์บอน แต่ไปเพิ่มสงครามข่าวสาร ที่มาจาก Information Operation ในกระบวนการเลือกตั้ง ช่องทางอนนไลน์สำหรับเลือกตั้ง 69 จะยังคงฮอตสุดๆ

วาทะกรรม ความยั่งยืน หรือแค่ Greenwashing

คำหาเสียงของนักการเมืองไทย มักจะอ้างสิทธิ์ด้านสิ่งแวดล้อม วาทะกรรมโลกสวย แต่การกระทำสวนทาง ที่ยกย่องว่าความยั่งยืนดีอย่างนั้น สำคัญอย่างนี้ แต่เอาเข้าจริง เป็นแค่ Greenwashing วาทกรรมสิ่งแวดล้อม ที่อ้างอิงความยั่งยืนแบบผิวเผิน เพื่อสร้างความประทับใจ เมื่อสอบถามอย่างจริงยัง ปรากฎว่า ไม่มีแนวปฎิบัติอะไรที่สาระสำคัญ จะทำได้จริงเพื่อรองรับนโยบายคาร์บอน

สหประชาชาติระบุอย่างชัดเจนว่า Greenwashing เป็นความท้าทายสำคัญที่บ่อนทำลายการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก โดยให้คำจำกัดความว่าเป็น "การตลาดที่หลอกลวงและการอ้างสิทธิ์ความยั่งยืนเท็จ" ที่ "ทำให้ผู้บริโภค นักลงทุน และประชาชนเข้าใจผิด ขัดขวางความไว้วางใจ ความทะเยอทะยาน และความมั่นใจที่จำเป็นในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง"

ดังนั้นในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ใครที่จะให้ ความยั่งยืน เปปัเรื่องสำคัญในการตัดสินใจ ต้องพิจารณา และหาข้อมูลกับพรรคการเมืองอย่างจริงจัง ว่า คำหาเสียง นำไปฎิบัติได้ หรือเป็นแค่ Greenwashing เพื่อโฆษณาชวนเชื่อว่าพรรคตัวเองก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องดูไกล สังเกตนักเลือกตั้ง ทีละคนทีละพรรค ว่ามีความ จริงใจแค่ไหนไการม่ใเช่นนั้นการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เราอาจต้องเจอกับคำหลอกลวงของนักการเมือง ไม่ว่าจะเกี่ยวกับความเป็นกลางทางคาร์บอนของการหาเสียง การใช้พลังงานหมุนเวียน หรือการปฏิบัติปลอดพลาสติก ต้องตรวจสอบว่าทำได้จริง เป็นแนวทางปฎิบัติที่ถูกต้อง

วัดใจนักเลือกตั้ง ตรวจสอบก่อนลงคะแนน

ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้คุณให้ความสำคัญกับ ความยั่งยืน สิ่งที่ควรทำคือ หาข้อมูลให้มาก แล้ววิเคราะห์ สิ่งที่นักการเมืองกำลังบอก เคยทำหรือยัง เป็นแนวทางที่เป็นไปได้หรือไม่ในบริบทแบบไทย ในสถานการณ์ปัจจุบัน ความยั่งยืน หรือ วัดได้ดีที่สุดคือ การปฎิบัติตองตัวนักหาเสียงเอง จุดยืนที่ชัดเจน และกลยุทธ์ ไปให้ถึงเป้าหมายของพรรค คำโฆษณาจะเขียนให้สวยอย่างไรก็ได้หที่สำคัญคือทำได้หรือเปล่า

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์