กรณีการจดทะเบียนกะเพราพันธุ์ใหม่ 4 สายพันธุ์ที่กลายเป็นดราม่า ถูกขยายประเด็นไปสู่บทบาทของมูลนิธิชีววิถีหรือไบโอไทย ซึ่งเป็นผู้จุดประเด็นนี้ขึ้นมา โดยนพ. เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ค ว่า BIOTHAI ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จำนวน 25 โครงการ ในช่วงปี 2553–2569 และตั้งคำถามถึงจำนวนเงิน รายละเอียดโครงการ และความเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลกรณีกะเพรา
ประเด็นที่โฆษกรัฐบาลต้องการให้มีคำชี้แจงคือ เงินสนับสนุนดังกล่าวถูกใช้ในโครงการใดบ้าง มีระบบเปิดเผยข้อมูลและประเมินผลอย่างไร รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสื่อสารประเด็นกะเพราหรือไม่
สำหรับเงินสนับสนุนที่ สสส ให้กับ BIO THAI นั้นมาจากภาษีสรรพสามิต แอลกอฮอล์ และบุหรี่ หรือ ภาษีบาป
BIOTHAI ได้ออกมาชี้แจงจุดยืนการทำงานด้านสิทธิเกษตรกรและความปลอดภัยทางอาหาร พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงองค์กรกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง
กรณีการจดทะเบียนกะเพรา 4 สายพันธุ์ ที่สร้างความตื่นตระหนกให้สังคมว่า ต่อไปนี้การปลูกหรือขาย ใบกะเพรา อาจเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิของผู้จดทะเบียนสายพันธุ์แก้วรุจีซึ่งเป็นความเข้าใจผิด สะท้อนคำถามสำคัญหลายด้าน ทั้งความถูกต้องของข้อมูลที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ ความเข้าใจเรื่องกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช สิทธิของเกษตรกร และการตรวจสอบองค์กรที่ใช้ภาษีประชาชนในการผลิตชุดข้อมูลเรื่องกะเพราดังกล่าว




