ทุกๆ ปี สภาเศรษฐกิจโลกจะเผยแพร่รายงาน Future of Jobs 2023 ที่ว่าด้วยอนาคตของการทำงานและทักษะที่สำคัญในอนาคต โดยวิเคราะห์จากผลสำรวจความคิดเห็นจาก 803 บริษัท ประกอบด้วยผู้จ้างงานกว่า 11.3 ล้านคนใน 27 กลุ่มอุตสาหกรรมจากทุกภูมิภาคทั่วโลก
ในรายงานประจำปีนี้ ระบุว่าสิ่งที่ทำให้ตลาดแรงงานเปลี่ยนไป
หากมองในภาพใหญ่ระดับโลก แนวโน้มด้านเศรษฐกิจ สาธารณสุข ภูมิรัฐศาสตร์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อตลาดแรงงาน ประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางระดับต่ำยังคงเผชิญกับอัตราการว่างงานที่สูงกว่ายุคก่อนโรคระบาดโควิด-19
แต่นั่นยังเทียบไม่ได้กับเทคโนโลยีที่พัฒนารุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
ปี 2022 ถือเป็นปีแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ AI โดยคนทั่วไปสามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้กับการทำงานและชีวิตประจำวันในรูปแบบแอปพลิเคชัน (Applied AI) เช่น Bing บอทผู้ช่วยค้นหาข้อมูลและตอบคำถามของ Microsoft กับ Stable Diffusion บอทสายศิลปะที่วาดรูปคนออกมาได้เหมือนจริงราวกับภาพถ่าย
การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในองค์กร (Technology Adoption) ยังเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นคนทำงานกับเครื่องจักรมากขึ้นจนเป็นเรื่องปกติ รวมถึงระบบอัตโนมัติจะเข้ามาทดแทนงานบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยคน กล่าวคือ เทคโนโลยีจะทำให้อาชีพบางอย่างหายไป และเกิดอาชีพใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทนเช่นกัน
มาดูกันว่าอาชีพที่โตเร็วที่สุดและอาชีพที่กำลังเข้าสู่ช่วงขาลงในปี 2023 มีอะไรบ้าง
ในรายงานประจำปีนี้ ระบุว่าสิ่งที่ทำให้ตลาดแรงงานเปลี่ยนไป
หากมองในภาพใหญ่ระดับโลก แนวโน้มด้านเศรษฐกิจ สาธารณสุข ภูมิรัฐศาสตร์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อตลาดแรงงาน ประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางระดับต่ำยังคงเผชิญกับอัตราการว่างงานที่สูงกว่ายุคก่อนโรคระบาดโควิด-19
แต่นั่นยังเทียบไม่ได้กับเทคโนโลยีที่พัฒนารุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
ปี 2022 ถือเป็นปีแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ AI โดยคนทั่วไปสามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้กับการทำงานและชีวิตประจำวันในรูปแบบแอปพลิเคชัน (Applied AI) เช่น Bing บอทผู้ช่วยค้นหาข้อมูลและตอบคำถามของ Microsoft กับ Stable Diffusion บอทสายศิลปะที่วาดรูปคนออกมาได้เหมือนจริงราวกับภาพถ่าย
การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในองค์กร (Technology Adoption) ยังเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นคนทำงานกับเครื่องจักรมากขึ้นจนเป็นเรื่องปกติ รวมถึงระบบอัตโนมัติจะเข้ามาทดแทนงานบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยคน กล่าวคือ เทคโนโลยีจะทำให้อาชีพบางอย่างหายไป และเกิดอาชีพใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทนเช่นกัน
มาดูกันว่าอาชีพที่โตเร็วที่สุดและอาชีพที่กำลังเข้าสู่ช่วงขาลงในปี 2023 มีอะไรบ้าง

- ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ Machine Learning เป็นที่ต้องการเนื่องจากเทคโนโลยี Generative AI กำลังจะเปลี่ยนภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมต่างๆ
- ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน เน้นทำงานเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน และภาวะโลกรวน (Climate Change)
- นักวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจเพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven Business) ขับเคลื่อนองค์กรในยุคที่มีการใช้ Big Data รวมทั้งเทคโนโลยีที่ท้าทายขีดจำกัดเดิมๆ อย่างแพร่หลาย
- นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยของข้อมูล เป็นอาชีพสำคัญเพราะข้อมูลทุกอย่างในโลกถูกทำให้เป็นดิจิทัลและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ความปลอดภัยที่มากขึ้นจึงต้องตามมา
- นักวิศวกรคอมพิวเตอร์ด้านเทคโนโลยีการเงิน ทำงานขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเงินที่เปลี่ยนจากแพลตฟอร์มทางกายภาพมาเป็นดิจิทัล และเป็นอุตสาหกรรมที่ลูกค้ามีความต้องการด้านการเงินที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
- นักวิเคราะห์ข้อมูลและนักวิทยาการข้อมูล เน้นการวิเคราะห์ จัดระเบียบ และประยุกต์ใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ส่งผลต่อพฤติกรรมมนุษย์และธุรกิจ
- นักวิศวกรด้านหุ่นยนต์ มีบทบาทสำคัญในโลกที่มีการใช้จักรกลแทนแรงงานมนุษย์
- ผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data หรือข้อมูลขนาดใหญ่ อันเกิดจากเทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อใช้แก้ปัญหาต่างๆ ได้ โดย Big Data มาพร้อมกับข้อดี เช่น การช่วยให้ตัดสินใจทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น และการเพิ่มผลิตภาพในกระบวนการทำงาน แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยง เช่น ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยข้อมูล และการทำตามกฎเกณฑ์ด้านข้อมูลที่ซับซ้อนของหน่วยงานต่างๆ
- ผู้ดูแลเทคโนโลยีทางการเกษตร เป็นอาชีพที่มีความต้องการ เพราะไม่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยี Generative AI ประกอบกับภาวะที่ต้นทุนด้านอาหารสูงขึ้น นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ก้าวหน้าขึ้น และการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน
- ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคดิจิทัล เป็นอาชีพที่ทำให้องค์กรอยู่ได้ในยุคที่มีการทำทุกอย่างให้เป็นดิจิทัล (Digitization) มีการเข้าถึงสินค้าและบริการในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น และมีการค้าขายในโลกดิจิทัล (Digital Trade)
ในอีกด้าน ภาวะโลกรวน หรือ สภาวะที่ภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บางอาชีพมีบทบาทสำคัญ อีกทั้งงานเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศบางงานก็ยังแทนที่ด้วย AI ไม่ได้ โดยเฉพาะงานด้านการเกษตร เช่น ผู้ควบคุมเครื่องจักรทางการเกษตร ผู้ดูแลเทคโนโลยีทางการเกษตร และผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์ป่า
10 อาชีพที่เข้าสู่ช่วงขาลง ปี 2023
แน่นอนว่าเมื่อมีเทรนด์การทำงานใหม่เกิดขึ้นก็ย่อมมีอาชีพที่ไม่จำเป็นต้องใช้คนทำ เพราะเทคโนโลยีสามารถทดแทนได้ นี่คือ 10 อาชีพที่อาจประสบปัญหาถูกเลิกจ้างได้
- พนักงานรับฝาก-ถอนเงิน และเจ้าหน้าที่ทั่วไปของธนาคาร เป็นงานที่ถูกแทนที่ได้ด้วยระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีแบบไม่ต้องเจอตัวบุคคล (Face-to-Face)
- พนักงานเคาน์เตอร์ประจำไปรษณีย์ เป็นอีกงานที่ใช้ระบบ Self-service ทดแทนได้
- แคชเชียร์และพนักงานตรวจตั๋ว ข้อมูลแบบดิจิทัลทำให้ผู้บริโภคสามารถดำเนินการในงานเหล่านี้ได้เอง
- พนักงานคีย์ข้อมูล เป็นอาชีพหนึ่งในระบบอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม ที่แทนที่ได้ด้วยระบบป้อนข้อมูลอัตโนมัติ
- เจ้าหน้าที่ธุรการและเลขานุการ สามารถถูกแทนที่ด้วยระบบจัดการการทำงานสมัยใหม่ ที่มี AI เป็นเสมือนผู้ช่วย
- พนักงานจดบันทึกข้อมูลสินค้าและตรวจการจัดเก็บสินค้า เป็นอาชีพที่จะหายไปเพราะมีระบบบันทึกและตรวจสอบแบบอัตโนมัติ
- พนักงานบัญชี บรรณารักษ์ และ HR ฝ่ายจัดการเงินเดือน สามารถถูกแทนที่ด้วยระบบการจัดการข้อมูลแบบดิจิทัล โดยเฉพาะในองค์กรที่มีการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบดิจิทัล
- ผู้บัญญัติกฎหมายและข้าราชการทั่วไป อาจถูกแทนที่ด้วย AI ซึ่งมีความแม่นยำด้านระเบียบต่างๆ มากกว่า ไม่มีความโน้มเอียงด้านอารมณ์หรืออคติ
- พนักงานการเงิน-ประกัน จะมีบทบาทน้อยลง เพราะลูกค้าใช้บริการเหล่านี้ผ่านแอปพลิเคชันได้
- พนักงานขายตรง คนขายของและหนังสือพิมพ์ริมทาง ถูกทำให้หายไปเพราะมีการค้าขายแบบดิจิทัล (Ditigal Trade)
ถึงเวลา Reskill และ Upskill ให้ทันโลก
รูปแบบการทำงานที่ถูกเปลี่ยนอย่างพลิกผัน (Disrupt) ทำให้คนทำงานต้องเรียนรู้ทักษะบางอย่างใหม่หมด หรือ Reskill โดยอาจถึงขั้นต้องเปลี่ยนสายงานที่เคยทำอยู่ หรือบางครั้งอาจเป็นการ Upskill เพื่อเพิ่มทักษะที่ตัวเองมีอยู่แล้ว ที่เป็นเช่นนี้เพราะทักษะที่เคยมีอยู่ในปัจจุบันไม่ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็ว อันเป็นสภาวะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ อีกทั้งมีปัญหา ความท้าทายใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาดังนั้น การเรียนรู้ทักษะใหม่ และการเพิ่มทักษะเดิม จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำเพื่อให้ปรับตัวทันโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน
และนี่คือ 10 ทักษะที่จะช่วยให้เราปรับตัวและอยู่รอดในปี 2027
- การคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking)
- การคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking)
- ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Literacy)
- ความอยากรู้อยากเห็น และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Curiosity and Lifelong Learning)
- ความอดทนอดกลั้น รู้จักยืดหยุ่น และทำงานอย่างคล่องตัว (Resilience, flexibility, and agility)
- ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ มีแบบแผน (Systems thinking)
- ทักษะด้าน AI และ Big Data
- กระตือรือร้น และตื่นตัวกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ (Motivation and Self-awareness)
- ความสามารถด้านการบริหารบุคคล (Talent Management)
- ทักษะด้านบริการ (Service orientation and Customer Service)
ดังนั้น เราในฐานะพลเมืองจึงควรพัฒนาตนเองให้ตามทันเทคโนโลยีใหม่ๆ และใช้การคิดวิเคราะห์มาช่วยเสริมให้สามารถใช้เทคโนโลยีดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนั้น หลักการคิดหนึ่งที่จะช่วยให้เราทำงานกับคนได้ในทุกบริบท คือ ความเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen) ซึ่งเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ตนเองว่ามีทักษะอะไรที่โลกต้องการบ้าง และจะสามารถพัฒนาทักษะเหล่านั้นได้อย่างไร
หวังว่าบทความนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกคนได้รู้แนวทางที่จะพัฒนาตัวเองต่อ ให้เติบโต ปรับตัว และเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นพลเมืองโลกมากยิ่งขึ้น



