TDRI ชี้น้ำท่วมหาดใหญ่ เพราะระบบประสานงานพัง

28 พ.ย. 2568 - 15:02

  • นักวิจัย TDRI ชี้น้ำท่วมหาดใหญ่ เพราะระบบประสานงานพัง

  • ระบบประสานงานระหว่าง ท้องถิ่น น้กวิชาการ และฝายปกครองเปลี่ยนแปลง

  • นอกจากระบบประสานงานล่ม ระบบคาดการณ์น้ำที่มีไม่รองรับกับทิศทางของน้ำที่เปลี่ยนแปลง

TDRI ชี้น้ำท่วมหาดใหญ่ เพราะระบบประสานงานพัง

TDRI ชี้น้ำท่วมหาดใหญ่ เพราะระบบประสานงานพัง

นักวิชาการ TDRI เล่าถึงเหตุผลลึกๆ ที่เป็นความผิดพลาด และพังทะลายของระบบเตือนภัยพิบัติในหาดใหญ่ เกิดจากระบบการประสานงานไม่สมบรูณ์ 

กัมพล ปั้นตะกั่ว นักวิจัย ทีอีอาร์ไอ ถอดรหัส เหตุการณ์อุทกภัยหาดใหญ่ ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากการระบายน้ำไม่ทันกับปริมาณฝนที่มากกว่าปกติ เมืองหาดใหญ่เป็นเมืองที่ออกแบบระบบระบายน้ำไว้ดีที่สุดเมืองหนึ่งในประเทศไทย ระบบที่ออกแบบไว้เป็นการประสานความร่วมมือจากฝ่ายราชการ นักวิชาการ และฝ่ายท้องถิ่น ที่ผ่านมาการประสานงานเป็นไปด้วยควาาเรียบร้อย การประสานความร่วมมือจะไปรอดได้ต้องประสานกันไปเรื่อยๆ ปรากฎว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ระบบความร่วมมือนี้ล่ม โดยมีเหตุผลมาจากการขาดงบประมาณ การเปลี่ยนแปลงบุคคลากรในพื้นที่ เมื่อคนใหม่เข้ามาอาจไม่เข้าใจการบริหารจัดการจะมีการติดขัดเกิดขึ้น ขณะที่ฝ่ายการเมืองเป็นส่วนที่มีความสำคัญแต่ก็มีเปลี่ยนแปลง

“ข้าราชการท้องถิ่นภายใต้การเมืองไม่ได้มีบทบาทมากพอ นักการเมืองท้องถิ่นที่เข้ามาถ้าไม่เข้าใจจะทำให้การประสานงานเกิดปัญหา เดิมฝ่ายวิชาการจะทำข้อมูลสนับสนุนแล้วรายงานให้ฝ่ายบริหารดำเนินการ การทำข้อมูลได้ต้องใช้งบประมาณสนับสนุน งบประมาถ้าไม่เพียงพอ การทำโมเดลพยากรณ์ก็ไม่ครอบคลุม ที่ผ่านมาฝ่ายวิชาการได้ออกแบบโมเดลที่ใช้พยากรณ์ฉพาะฝั่งตะวันตกของเมืองหาดใหญ่ ขณะที่น้ำครั้งนี้มีน้ำที่มาทางตะวันออกไม่อยู่ในโมเดล และเพราะไม่มีงบประมาณทำ ประกอบกับ ระบบ  CCTV ที่คนหาดใหญ่คุ้นเคยกับการเข้าไปดูข้อมูลจากเว็บไซด์ แต่พองบประมาณไม่พอทำให้เกิดปัญหาใช้ได้ในบางโซนบางโซนดูไม่ได้ พอไฟตัดตัวกล้องจะใช้ไม่ได้

หาดใหญ่มีภูเขาล้อมรอบ มีวิธีระบายน้ำไปทางเหนือคือไปลงที่ทะเลสาปสงขลา แอ่งรับน้ำขนาดใหญ่อยู่ทางเทือกเขาทางตะวันตก จุดแรกที่ทำการพยากรณ์จึงสังเกตน้ำจากฝั่งตะวันตกเป็นหลัก  ครั้งนี้พฤติกรรมของธรรมชาติมีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระบบพยากรณ์ที่ทำไว้ด้วยโมเดลแบบเดิม เมื่อน้ำเกิดขึ้นจากฝั่งตะวันออกที่ไม่ได้ออกแบบการมอนิเตอร์ไว้ทำให้ไม่ทราบว่าจะมีน้ำท่วมรอบแรก เมื่อคนเชื่อในระบบมอนิเตอร์น้ำจากฝั่งตะวันตกพอน้ำฝั่งตะวันตกยังไม่มากก็เชื่อว่ารับมือได้

ปัญหาคือน้ำมาเร็วทำให้เตือนไม่ทัน ทำให้เกิดความสูญเสียสูง ร้านค้าบ้านเรือนที่วางของบนพื้นถ้าเตือนไม่ทัสินค้า และทรัพย์สินที่ไม่ถูกยกทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจรุนแรง เมื่อน้ำทางตะวันตกไหลมาเพิ่ม การตัดสินใจอพยพจึงล่าช้า เตือนได้ไม่เกินหลัก 10-15 นาที พอน้ำมาก็สายไปแล้ว เมื่อเวลาหลังประกาศไม่พอที่จะให้คนเตรียมตัวออกจากบ้านทำให้ออกจากบ้านไม่ได้ น้ำมาเร็วและแรง การออกนอกบ้านเป็นอันตรายพอน้ำมาคนติดในบ้านการเข้าไปช่วยเหลือรับคนก็ล่าช้าเพราะความแรงของน้ำเป็นอุปสรรค

“ถ้าระบบของหาดใหญ่ที่ออกแบบไว้ได้ทำงานต่อเนื่องปัญหาจะน้อยกว่านี้ หาดใหญ่ถูกออกแบบให้ดูแลตัวเองได้ และระบบก็ทำสำเร็จมาตลอดเมื่อระบบล่มก็เกิดมีปัญหาเหมือนก่อนจะมีระบบ ระบบระบายน้ำถูกออกแบบมาแล้ว 2 ครั้ง ในปี  2533 จนมาครั้งที่สองในปี 2543  จึงออกแบบคลองระบายน้ำ 6 คลอง การออกแบบเอาประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 50 ปี พอปี 2553 จึงมีการขยายคลองฝั่งตะวันตกให้รับน้ำได้มากกว่าเดิม เราเชื่อว่าน้ำส่วนใหญ่มาทางฝั่งตะวันตก แต่ตอนนี้มีข้อมูลใหม่ว่าเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนน้ำอาจจะมาจากคลองฝั่งตะวันออกได้ ในอนาคต คงต้องศึกษาและขยายคลอเพิ่ม "

จากนี้นักวิชการเริ่มคิดโครงการพยากรณ์น้ำฝั่งตะวันออกเพิ่มเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อรับมือการเตือนภัยทั้งสองฝั่ง ส่วนระบบการประสานงานที่เคยเชื่อว่าได้ทำให้เราอยู่มาตลอดหลายปี จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่แน่ใจว่าจะมีการประสานความร่วมมือเพื่อทำงานด้วยกันเหมือนในอดีตหรือไม่ ในต่างประเทศจะมีการซ้อมอพยพ ซึ่งต้องใช้งบประมาณ และได้รับการสนับสนุนจากการเมืองท้องถื่น เราต้องไม่มองว่าค่าใช้จ่ายประเภทนี้เป็นเรื่องความสิ้นเปลืองและไปตัดงบ เราต้องมองว่าเมืองเรามีความเสี่ยง เราต้อง มีแผน มีการซ้อมให้คุ้นเคยกับการรับมือ ความเสียหาจะลดลง ไม่มีทางที่จะป้องกันไม่ให้น้ำท่วม. หาดใหญ่ ธรรมชาติของเมืองเป็นที่ลุ่มรับน้ำ เราตั้งถิ่นฐานมาหลายร้อยปี ไม่ใช่ไม่เคยเกิด 

งานศึกษาที่ย้อนหลังไปบอกเราว่าที่ลุ่มแบบหาดใหญ่หรือภาคกลาง มีน้ำท่วมซ้ำมาตลอดเราจึงออกแบบเครืองมือเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของการเกิดน้ำท่วมซ้ำเกิดเร็วขึ้น สิ่งที่ทำได้คือการลดความรุนแรง เมืองหาดใหญ่เปลี่ยนจากที่ลุ่มที่ทำนานไปเป็นโรงงาน พื้นที่รรับน้ำจึงเปลี่ยนไป น้ำกระจายไปในพื้นที่ที่กว้างได้ระดับน้ำจะไม่สูง พอเราขยายเมืองการรับน้ำจึงยากขึ้น น้ำมาเท่าเดิมแต่กระจายไปไม่ได้ น้ำจะท่วมสูงขึ้น

"ฉะนั้นมันอาจเกิดน้ำท่วมมากๆ แบบนี้ได้อีก อย่าไปคาดหมายว่าน้ำจะไม่ท่วมเป็นไปไม่ได้ การรับมือโดยการอยู่กับน้ำ การเตือนภัยและอพยพเป็นเครื่องมือที่จะทำให้อยู่รอดได้ หลังจากนี้เราต้องให้ความสำคัญกับระบบเตือนภัย ระบบที่อยู่กับน้ำแลการอพยพให้ทัน" นักวิจัย TDRI สรุป ิ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์